ความปราชัยต่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับ อาร์เซน่อล

ความปราชัยต่อ

ความปราชัยต่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับ อาร์เซน่อล โดยเฉพาะในช่วงเวลานี้ที่ลูกทีมของ มิเกล อาร์เตต้า ไม่พร้อมในหลายอย่างสำหรับการรับมือจ่าฝูงที่กำลังร้อนแรง

อาร์เซน่อล เพิ่งผ่านเกม ยูโรปา ลีก รอบ 32 ทีมสุดท้าย นัดแรก กับ เบนฟิก้า ที่เดินทางไปแข่งสนามกลางในอิตาลี ก่อนกลับมาเล่นในบ้านเจองานยากที่สุดอีกนัดในฤดูกาลนี้

มิเกล อาร์เตต้า จำเป็นต้องเปลี่ยนทีมถึง 5 ตำแหน่งหลังผ่าน 2 เกมหนักทั้งในลีกกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด และยกแรกกับ เบนฟิก้า รวมถึงการมีนัดสองกับทีมดังของโปรตุเกสรออยู่

คีแรน เทียร์นีย์ ฟิตกลับมาลงตัวจริงอีกครั้งหลังหายเจ็บกลับมาเรียกจังหวะการเล่นในยูโรปา ลีก ไปแล้ว ขณะที่คู่เซนเตอร์เปลี่ยนเช่นกันให้ ร็อบ โฮลดิ้ง ลงประสานงานกับ ปาโบล มารี เปิดทางให้ ดาวิด ลุยซ์ กับ กาเบรียล มากัลเญส ได้พัก

ส่วนแดนกลาง ดานี่ เซบายอส ได้พักอีกรายเพื่อให้ โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ ได้ลงแทนเพื่อเล่นร่วมกับ กรานิต ชาคา ส่วนอีกตำแหน่งคือ นิโกล่าส์ เปเป้ ลงทำเกมแทน เอมิล สมิธ โรว์

แมนฯ ซิตี้ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า มีการปรับทัพเช่นกันจากเกมลีกที่บุกชนะ เอฟเวอร์ตัน 3-1 จุดสำคัญคือการได้ทั้ง เควิน เดอ บรอยน์ กับ อิลคาย กุนโดกัน ฟิตลงตัวจริงทั้งคู่ และยึดแท็กติกไม่มีหน้าเป้าธรรมชาติเพราะ เซร์คิโอ อเกวโร่ “กุน” กับ กาเบรียล เชซุส ต่างเป็นเพียงสำรอง

แมนฯ ซิตี้ มาเยือนด้วยผลงานสุดร้อนแรงชนะ 17 นัดติดต่อกันจากทุกรายการ เป็นสถิติของฟุตบอลอังกฤษ และเอาชนะ อาร์เซน่อล ในเกมลีกได้ตลอด 7 นัดหลังสุด

เพียงเริ่มเกมมานาทีเศษ ทุกคนแทบจะได้บทสรุปที่ไม่ต่างจากเดิมเมื่อ แมนฯ ซิตี้ ได้ประตูนำอย่างรวดเร็วจากลูกโหม่งของนักเตะที่ตัวเล็กสุดในสนาม

อาร์เซน่อล เสียท่าตั้งแต่ไก่โห่จากความผิดพลาดในการยืนตำแหน่งอันหละหลวมที่ปล่อยให้ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ได้ขึ้นโขกลูกเปิดของ ริยาด มาห์เรซ เข้าไปง่ายๆ

ทุกอย่างจึงอยู่ในการคอนโทรลของเรือใบสีฟ้าตั้งแต่เริ่มเกมที่เป็นฝ่ายต่อบอลทำเกมรุกและสร้างโอกาสลต่อเนื่องในช่วง 15 นาทีแรก

ทีมปืนใหญ่ใช้เวลาพักใหญ่ในการตั้งสติและเซตบอลเพื่อตอบโต้คืนและได้ลุ้นจากการต่อบอลกันทางกราบซ้ายระหว่าง บูคาโย่ ซาก้า และ คีแรน เทียร์นีย์ ก่อนจบด้วยการยิงของ ซาก้า ทว่าไปติด ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง ที่ยืนขวางวิถีบอลและล้ำหน้าด้วย

แมนฯ ซิตี้ ไม่ได้โหมรุกสุดตัว แต่เล่นไปตามจังหวะ และอาศัยการแทงบอลตามช่องของ เดอ บรอยน์ ที่ยังคงอันตรายแม้เพิ่งหายเจ็บกลับมาเป็นตัวจริงให้ทีมในรอบ 6 สัปดาห์

อาร์เซน่อล จึงมีพื้นที่ในการเล่นพอสมควร แต่ว่าเมื่อบอลเข้าสู่แดนของ แมนฯ ซิตี้ ก็ทำกันไม่เป็น จังหวะสุดท้ายขาดๆ เกินๆ ไม่มีการเล่นที่โจมตีคู่แข่งได้จริงจัง อีกทั้งเสียบอลง่ายเมื่อเพรสซิ่งถึงตัว

ในครึ่งหลัง รูปเกมไม่ต่างจากเดิมมาก ทั้งสองทีมต่างมีช่วงเวลาได้ต่อบอล แต่โอกาสลุ้นยังเป็น แมนฯ ซิตี้ ที่ทำได้ใกล้เคียงกว่าโดยเฉพาะต้นครึ่งหลังจากลูกชิพของ เดอ บรอยน์ ที่หลุดเสานิดเดียว และลูกยิงของ กุนโดกัน ที่ เลโน่ ต้องออกแรงเซฟ

ผู้ตัดสิน จอน มอสส์ ได้เป่าฟาวล์มากขึ้นในครึ่งหลังที่ต้องหยุดเกมถึง 16 ครั้งและแจก 2 ใบเหลือง ต่างจากครึ่งแรกที่เป่าฟาวล์เพียง 4 ครั้ง และไม่ได้ควักใบอะไรออกมา

แม้จะมีการปะทะมากขึ้น แต่ก็อยู่ในเกมการเล่นทั้งหมด ไม่ได้มีเลยเถิด เช่นเดียวกับจังหวะบาดเจ็บของ ร็อบ โฮลดิ้ง ที่ถูกหัวเข่าของ ชูเอา กานเซโล่ กระแทกเต็มหน้าจนฟุบก็เป็นอุบัติเหตุ

จังหวะนี้ได้กลายเป็นการเปลี่ยนตัวครั้งประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีกที่เริ่มทดลองใช้การเปลี่ยนตัวที่มาจากอาการบาดเจ็บที่อาจกระทบกระเทือนทางสมอง

ความปราชัยต่อ

 อาร์เซน่อล ใช้โควตาเปลี่ยนตัวนี้ด้วยการส่ง ดาวิด ลุยซ์ ลงแทน โฮลดิ้ง และไม่กระทบกับการเปลี่ยนตัวอื่นที่ยังคงเปลี่ยนได้ 3 ครั้งตามปกติ

ในภาพรวมครึ่งหลัง ทั้งสองทีมเล่นเหมือนพอใจกับสกอร์ในครึ่งแรก อาร์เซน่อล ไม่เสียเพิ่มถือว่าโอเคแล้วเพราะเจอกันในลีกช่วงหลังโดนเฉลี่ย 3 ประตูต่อนัด

ส่วน แมนฯ ซิตี้ ไม่จำเป็นต้องทุ่มพลังงานไล่ยิงคู่แข่งแบบเอาเป็นเอาตาย ชนะ 1-0 หรือ 5-0 ก็คือ 3 คะแนนเท่ากัน ยังรักษาระยะห่างจาก แมนฯ ยูไนเต็ด เอาไว้ที่ 10 คะแนนเท่าเดิม

ทั้งสองทีมต่างมีเกมยุโรปรออยู่ โดยธรรมชาติย่อมคิดอยู่ในหัวล่วงหน้าเพราะเป็นเกมสำคัญ แมนฯ ซิตี้ เคยได้ทุกแชมป์ในประเทศ แต่เวทียุโรปกลับไม่เคยถึงฝั่งฝัน

ยิ่งกับ อาร์เซน่อล ด้วยแล้ว เกมยุโรปนัดต่อไปยิ่งสำคัญเพราะตัดสินเข้ารอบเลย “อยู่” หรือ”ไป” ได้รู้กันแน่นอน

มิเกล อาร์เตต้า ต้องโฟกัสในยูโรปา ลีก มากกว่าเพราะอาจเป็นทางเดียวที่มีโอกาสได้ตั๋วไปเล่นถ้วยยุโรปและเป็นถ้วยใหญ่อย่างแชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้าหากคว้าแชมป์ได้ ส่วนโควตาในลีกผ่านทางการเป็นแชมป์บอลถ้วยก็ตกรอบไปหมดแล้วทั้งคาราบาว คัพ และ เอฟเอ คัพ

ครั้นจะคิดถึงการเร่งทำอันดับในลีกให้ติดพื้นที่ยุโรปก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ยังมีหลายทีมขวางหน้า ขนาดแชมป์เก่าอย่าง ลิเวอร์พูล ก็ทำท่าว่าจะต้องเบนเป้ามาลุ้นตั๋วยูโรปา ลีก ด้วยอีกทีม เพิ่มความยากมากขึ้นไปกันใหญ่

นั่นทำให้การเจอกับ แมนฯ ซิตี้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาไม่ใช่ช่วงเวลาที่ใช่สำหรับ อาร์เซน่อล

ไม่ใช่ทั้งเรื่องของคุณภาพทีมและคุณภาพการเล่นที่เป็นรองอยู่มาก

ไม่ใช่ทั้งเรื่องของโปรแกรมที่ก่อนและหลังเจอ แมนฯ ซิตี้ ต้องเดินทางไปเตะเกมยุโรปนอกบ้านทั้งสองนัด ความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง กฎระเบียบต่างๆ ที่ต้องใช้เวลามากขึ้นในการเข้าแต่ละประเทศในช่วงที่มีมาตรการต่างๆ รับมือการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด1-9

ไม่ใช่ทั้งเรื่องแรงกระตุ้นที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าแม้แต่ อาร์เตต้า ก็ยอมรับว่าคิดถึงเกมยุโรปนัดสองที่รออยู่

อาร์เซน่อล จึงแพ้ต่อ แมนฯ ซิตี้ อีกนัด และเป็นการแพ้ต่อทีมเดียว 8 นัดติดในลีกอีกครั้งหลังเคยแพ้ ลีดส์ ยูไนเต็ด ระหว่างปี 1973-1976

ถ้าเป็นเกมที่ อาร์เซน่อล ไม่เหลืออะไรให้ลุ้นแล้ว ต้อง “ทุบหม้อข้าว” สู้เหมือนรอบตัดเชือก เอฟเอ คัพ ปีก่อน ก็อาจได้ลุ้นเป็นผู้ชนะ แทงบอลออนไลน์

การเตรียมตัวด้านการเรียน ชีวิตในมหาวิทยาลัยต้องเตรียมตัวยังไง

การเตรียมตัวด้านการเรียน
การเตรียมตัวด้านการเรียน

การเตรียมตัวด้านการเรียน ชีวิตในมหาวิทยาลัยต้องเตรียมตัวยังไง แล้วฝึกงานในสำนักงานสถาปนิก หรือศึกษาต่อเพื่อให้ได้ปริญญา

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์เป็นหลักสูตรการศึกษาที่เน้นการประยุกต์วิชาการพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกับวิชาการด้านศิลปวัฒนธรรม และวิทยาการจัดการ เพื่อให้กระบวนการสร้างสรรค์งานสถาปัตยกรรมมีความทันสมัยสอดคล้องกับสังคมยุคใหม่ พร้อมกับสืบสานและพัฒนาศิลปวัฒนธรรมของชาติ ผ่านกระบวนการจัดการที่มีประสิทธิภาพ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ได้สภาพแวดล้อมและคุณภาพชีวิตที่มีคุณค่าสำหรับมวลมนุษย์ หลักสูตรนี้ต้องการเตรียมความพร้อมทางวิชาการดังกล่าวแก่ผู้ที่จะพัฒนาตัวเองเป็นสถาปนิกต่อไป โดยมุ่งเน้นให้บัณฑิตเป็นผู้ใฝ่รู้ พร้อมที่จะเรียนรู้ และพัฒนาตนเองด้วยปัญญา คุณธรรมและจริยธรรม มีความคิดที่เชื่อมโยง ตระหนักและมีความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม

1.สาขาวิชาสถาปัตยกรรม ศึกษาการออกแบบสถาปัตยกรรมโดยคำนึงถึงสภาวะแวดล้อมการใช้วัสดุ วิธีการก่อสร้าง และความรู้ทางสาขาวิชาวิศวกรรมที่เกี่ยวข้อง คำนึงสภาพเศรษฐกิจ สังคม และศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนความงาม และความเป็นระเบียบเรียบร้อยทั้งส่วนของโครงการที่ปฏิบัติ และผลกระทบต่อส่วน รวม ทั้งนี้จะเน้นปัจเจกภาพเฉพาะบุคคลเป็นสำคัญ

2.สาขาวิชาสถาปัตยกรรมไทย ศึกษาการออกแบบสถาปัตยกรรมไทย และศึกษาแหล่งที่มาอิทธิพลขององค์ประกอบสถาปัตยกรรมไทยศึกษา และฝึกหัดเขียนลายไทยชนิดต่าง ๆตั้งแต่ง่ายไปจนถึงการบบรจุลายลงบนส่วนประกอบสถาปัตยกรรม ให้ถูกต้องตามหน้าที่ และสามารถออกแบบสถาปัตยกรรมไทยให้เหมาะสมกับสภาพท้องถิ่นและสังคม ปัจจุบัน

3. สาขาวิชาการปัตยกรรมภายใน เป็นศาสตร์ที่ประสานกันระหว่างงานสถาปัตยกรรม และงานออกแบบภายใน เป็นวิชาชีพทางด้านการออกแบบที่เกี่ยวข้องกับงานสถาปัตยกรรม ซึ่งเน้นการจัดที่ว่างภายในอาคารเพื่อประโยชน์ใช้สอย และความงามโดยคำนึงถึงสภาพแวดล้อมวัสดุ และเทคโนโลยีในการก่อสร้างความรู้ทาง วิศกรรมที่เกี่ยวข้อง การประหยัดพลังงานและทรัพยากร สภาพเศรษฐกิจ สังคม และศิลปวัฒนธรรม เพื่อให้การใช้สอยภายในอาคารเกิดสภาพแวดล้อมที่ดี มีคุณภาพเหมาะสมแก่ผู้ใช้ อาคารทั้งด้านร่างกาย

4. สาขาวิชาการออกแบบอุตสาหกรรม เน้นหนักการออกแบบ 5 สาขา คือ การออกแบบผลิตภัณฑ์ การออกแบบตกแต่งภายใน การออกแบบเลขะนิเทศ การออกแบบเครื่องเคลือบดินเผา และการออกแบบสิ่งทอ โดยจะต้องศึกษาพื้นฐานทั้ง 5 สาขา แล้วเลือกเน้นสาขาที่ตนถนัด และทำวิทยานิพนธ์ในสาขานั้น

5. สาขาวิชาภูมิสถาปัตยกรรม เน้นหนักด้านการปรุงแต่งสิ่งแวดล้อมของมนุษย์ และธรรมชาติให้มีความสมดุลซึ่ง กันและกัน ศึกษาด้านสุนทรียภาพและการใช้สอยของเมืองและที่อยู่อาศัยของมนุษย์ รวมถึงออกแบบสวนสาธารณะ สวนสัตว์ การอนุรักษ์ธรรมชาติ ป่า ต้นน้ำ ตลอดจนการอนุรักษ์โบราณสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์

(ที่จุฬา) การเรียนในปีที่ 1  ทุกภาคจะเรียนวิชาพื้นฐานร่วมกันก่อน เช่นวิชาประวัติศาสตร์ศิลป์ พื้นฐานการออกแบบ ภาษาอังกฤษ อาจจะมีบางวิชาที่เรียนเฉพาะภาคบ้าง ต่อมาเทอม 2 ของปีแรก ภาคผังเมืองจะแยกไปเรียนวิชาของตัวเองแล้ว (เรียกว่า แยกไปก่อนเพื่อนเลย) ภาคอื่นๆจะได้เริ่มออกแบบบ้านกัน ส่วน สถ.ไทย จะเรียนวิชาการออกแบบของภาคตัวเอง

ปี 2 เทอมแรกภาคที่เหลือจะยังเรียนรวมกันอยู่ ยังคงทำบ้านกัน ส่วนออกแบบอุตสาหกรรมจะเริ่มไปเรียนวิชาภาคกันมากขึ้น มีการปั้นเซรามิคกันสนุกสนาน ต่อมาเทอมหลังเพื่อนๆภูมิสถาปัตยกรรมก็จะไปเรียนวิชาออกแบบของเค้าเอง ออกแบบบริเวณและจัดต้นไม้ สถ.ไทย ก็เรียนของตัวเองอยู่แล้ว ส่วน สถาปัตย์ กับ สถาปัตย์ภายในก็ยังเรียนเหมือนกันอยู่ จะเริ่มทำอาคารสาธารณะเล็กๆ ส่วนออกแบบอุตสาหกรรมก็จะแยกไปเรียนวิชาของภาคเค้าเองอย่างเต็มตัว ทั้งกราฟิค ออกแบบภายใน และสิ่งทอ

ปี3 ภาคสถาปัตย์กะสถาปัตย์ภายในยังเรียนด้วยกันอยู่ แต่สถาปัตย์ภายใน จะเริ่มเรียนวิชาของภาค และจะแยกไปในตอนปี 4 ดังนั้นทุกภาคก็จะเรียนวิชาของตัวเอง ถึงตอนนั้นก็จะมีสกิลมากขึ้น ขยันมากขึ้น รู้อะไรๆมากขึ้น และต้องเตรียมพร้อมเพื่อไปฝีกงานก่อนจะขึ้นปี 5 และในปี 5 ทุกคนก็จะได้ทำทีสิส (วิทยานิพนธ์) คนละชิ้น ซึ่งหากผ่านไปได้ด้วยดี ก็จะเรียนจบรับปริญญามาให้พ่อแม่ได้ชื่นใจ

การปรับตัวเมื่อเข้ามาเรียนในคณะ อย่างที่สำคัญที่สุดคือ เราต้องขยันขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคณะไหน มหาลัยไหนก็ตาม เพราะอาจารย์ท่านจะถือว่าเราโตแล้ว ควรจะมีความรับผิดชอบต่อตัวเองได้แล้ว อย่างที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากันคือ ถ้าเรียนคณะนี้แล้ว ควรจะรับได้กับการอดนอน เพราะงานเราเยอะจริงๆ และต้องรู้จักการแบ่งเวลาให้ดี

การเรียนมหาวิทยาลัยให้ได้ผลดีนั้นจะต้องมีทั้งการเรียนที่ดีและการทำกิจกรรมที่เหมาะสม ถ้าเรียนอย่างเดียว เราอาจขาดทักษะทางการเข้าสังคม ซึ่งเป็นสิ่งที่เราจะต้องการแน่นอนเมื่อเราเรียนจบไปและต้องทำงานเลี้ยงครอบครัว แต่หากทำกิจกรรมมากไปจนลืมเรื่องเรียนบางทีเราอาจจะ เรียนไม่จบก็ได้ ส่วนสังคมในคณะ พี่ๆน้องๆก็จะมีการช่วยเหลือกันอบอุ่นน่ารักดี มีกิจกรรมให้เราได้มารวมกันอยู่เสมอ เรียกว่าพลาดไม่ได้เลยซักงานละ กิจกรรมอาจจะต่างกันไปในแต่ละมหาลัย แต่ก็สนุกไม่แพ้กันเลย รับออกแบบบ้าน

Toy Story 4 : ซึมน้อยหน่อย เรื่องราวการผจญภัยครั้งใหม่ของ วู้ดดี้

Toy Story 4
Toy Story 4

Toy Story 4 : ซึมน้อยหน่อย เรื่องราวการผจญภัยครั้งใหม่ของ วู้ดดี้ ที่เริ่มต้นชีวิตในบ้านของเจ้าของคนใหม่ บอนนี่ ซึ่งเธอได้ใช้ช้อนกึ่งส้อม

ประดิษฐ์ออกมาเป็นของเล่นใหม่ที่ตั้งชื่อว่า ฟอร์คกี้ แต่เจ้าฟอร์คกี้ รู้ว่าแท้จริงเขาไม่ใช่ของเล่นแต่เป็นขยะ จึงอยากกลับไปสู่ชีวิตที่แท้จริง เดือดร้อนถึงวู้ดดี้ต้องตามกลับมา กลายเป็นการผจญภัยของเหล่าของเล่นครั้งใหม่ รวมถึงการกลับมาของ โบ ของเล่นหวานใจของวู้ดดี้ที่เธอกลับมาในมาดใหม่เป็นสาวสุดแกร่ง ดูหนังออนไลน์

ไฮโซน้ำหวาน ภรรยานาวิน ต้าร์ จัดให้เน้นๆ หนีโควิดไปติดเกาะ อวดหุ่นแซ่บมาก

ไฮโซน้ำหวาน
ไฮโซน้ำหวาน

ไฮโซน้ำหวาน ภรรยานาวิน ต้าร์ จัดให้เน้นๆ หนีโควิดไปติดเกาะ อวดหุ่นแซ่บมาก
ดูเหมือนว่าจะมีภาพเด็ดๆ ออกมาให้แฟนๆ ได้เห็นกันอยู่เรื่อยๆ

หลังจากสร้างกระแสฮือฮากับภาพที่นักแสดงหนุ่ม นาวิน ต้าร์ ได้สวีทกับภรรยาสาว น้ำหวาน พัสวี
ที่ทั้งหวานและแซ่บไปแล้ว ก็ดูเหมือนว่าจะมีภาพเด็ดๆ ออกมาให้แฟนๆ ได้เห็นกันอยู่เรื่อยๆ

ล่าสุด ทางด้านของ น้ำหวาน พัสวี ก็ได้ปล่อยภาพเซ็ทสุดเซ็กซี่ขยี้หัวใจสามีลงอินสตาแกรม @numwanz
โดยเป็นภาพที่เธอสวมชุดทูพีซตัวจิ๋วลายทางสีดำสลับขาว เผยให้เห็นหุ่นสุดเซี๊ยะ
ทั้งทรวดทรงองค์เอวที่เป๊ะไปซธทุกส่วน พร้อมแคปชั่นว่า “อีกนิดจะกลายเป็นสาวชาวเกาะและ #หนีโควิดมาติดเกาะ #nnntravellog #lucabuild”

งานนี้แฟนๆ ต่างต้องเข้ามายอมแพ้ในหุ่นเป๊ะของ น้ำหวาน พัสวี เพราะถึงแม้จะมีลูกสองคนอย่าง
น้องลูก้า และ น้องมาโก้ แล้ว แต่เธอก็ยังคงดูแลรูปร่างให้กลับมาเซ็กซี่เหมือนเดิมไวๆ เรียกว่ามัดใจ นาวิน ต้าร์ ได้อยู่มัดเลยจริงๆ ufabet

ภาพยนตร์แอคชั่น Resident Evil

ผีชีวะ 4 สงครามแตกพันธุ์ไวรัส 

ผีชีวะ 4 สงครามแตกพันธุ์ไวรัส

ผีชีวะ 4 สงครามแตกพันธุ์ไวรัส (อังกฤษ: Resident Evil: Afterlife) เป็นภาพยนตร์แอคชั่นที่ออกฉายในปี ค.ศ. 2010 นำแสดงโดย มิลลา โยโววิช ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ภาคที่สี่ในภาพยนตร์ชุด เรซิเดนท์อีวิล ต่อจากภาพยนตร์เรื่อง ผีชีวะ 3 สงครามสูญพันธุ์ไวรัส และภาพยนตร์เรื่องนี้มีภาคต่อคือ ผีชีวะ 5 สงครามไวรัสล้างนรก ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดย พอล ดับบลิว.เอส. แอนเดอร์สัน ผู้กำกับจากผีชีวะ ภาคแรก

เนื้อเรื่องย่อ

เมื่อโลกถูกคุกคามโดยไวรัสที่เปลี่ยนให้เหยื่อกลายเป็นซอมบี้ ฮีโร่สาวสุดอันตราย อลิซ ก็เริ่มทำการค้นหาผู้ที่ยังมีชีวิตรอดและตามล่า อัลเบรลล่า คอร์ป ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด โดยที่อลิซต้องเดินไปทางไปยัง โตเกียว อลาสก้า และเมืองลอสแอนเจลิสที่เต็มไปด้วยฝูงซอมบี้ รวมถึงการผชิญหน้ากับอสูรกายที่โหดร้ายที่สุด เธอต้องนำกองทัพโคลนของเธอบุกเข้าฐานกำลังของ อัลเบรลล่า คอร์ป ที่มีประธานบริษัท อัลเบิร์ต เวสเกอร์ เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง หลังจากเกิดการปะทะ อลิซ สูญเสียทั้งตัวโคลนและพลังพิเศษจนหมด เธอตัดสินใจบินไปยังอลาสก้าที่เธอได้รับประกาศจาก อาร์เคเดีย ว่าปลอดภัยจากที-ไวรัส ถึงแม้ที่นี่จะไม่ใช่สวรรค์อย่างที่เธอคิด แต่ อลิซ ก็ได้พบกับเพื่อนเก่าอย่าง แคลร์ ซึ่งสูญเสียความทรงจำไปทั้งหมด ทั้งสองออกเดินทางเพื่อหาคำตอบจนถึงเมืองลอสแอนเจลิส และพบกับกลุ่มผู้รอดชีวิตในคุกที่มีการป้องกันที่แน่นหนา อลิซ และ แคลร์ ได้พบกับ คริส พี่ชายของ แคลร์ ที่ถูกขังในคุก ทั้งสามจึงค้นพบกับมหันตภัยบางอย่างที่น่าสะพรึงเกินกลัวกว่าที่ทุกคนจะคาดคิด ดูหนังออนไลน์

อั้ม พัชราภา ส่งต้น Olive มอบวันเกิดคุณพ่อไฮโซพก ตัวไม่ได้ไป

อั้ม พัชราภา
อั้ม พัชราภา

อั้ม พัชราภา ส่งต้น Olive มอบวันเกิดคุณพ่อไฮโซพก ตัวไม่ได้ไป

ส่งต้น Olive ต้นงาม มาสวัสดีคุณพ่อไฮโซพก เนื่องในวันคล้ายวันเกิด
แม้ตัวไม่ได้ไปแต่ความผูกพันยังเหนียวแน่นเหมือนเดิม

หลังจากที่ครอบครัวของ ไฮโซพก-ประธานวงศ์ พรประภา ได้จัดวันคล้ายวันเกิดให้กับ
คุณพ่อพรพินิจ พรประภา แบบอบอุ่นบรรยากาศเรียบง่ายมีเพียงลูกๆ
ร่วมอวยพรและเป่าเค้กให้กับคุณพ่อ และในภาพมีนางเอกสาว แต้ว ณฐพร
หวานใจของ ไฮโซณัย ร่วมเฟรมด้วยอย่างน่ารัก หลายคนอาจจะพยายามส่องหานางเอกซุปตาร์ อั้ม พัชราภา
แฟนสาวของ ไฮโซพก ว่าได้มาร่วมอวยพรคุณพ่อหรือเปล่า

จากภาพที่ไม่มีอยู่ในเฟรม แต่ทางคุณพ่อได้แท็กขอบคุณ อั้ม ผ่านทางไอจีกับภาพของต้น Olive ต้นงาม
พร้อมกับบอกว่า “ขอบคุณสำหรับต้น Olive”  ทางด้าน อั้ม ก็ได้เข้ามาเขียนคำอวยพรไว้อย่างน่าประทับใจ
“สุขสันต์วันเกิดค่ะคุณพ่อ สุขภาพร่างกายแข็งแรงนะคะ”

ต้องบอกว่าแม้ช่วงนี้จะไม่ได้เห็นภาพคู่ภาพหวานของ อั้ม และ ไฮโซพก
เพราะต้องรักษาระยะห่างเพื่อความปลอดภัยจากโรคภัยไว้ก่อน
แต่ถึงแม้ตัวจะไม่ได้ไปแต่ความรักความผูกพันยังเหนียวแน่นเหมือนเดิมเลยจ้า ufa

โมฮาเหม็ด ซีมาก็อง อาจจะเป็นนักเตะของลีก เอิง คนต่อไปที่ถูกส่งออกไปยังต่างแดน

หนึ่งในนักเตะที่ถูกพูดถึง
หนึ่งในนักเตะที่ถูกพูดถึง อย่างต่อเนื่องจากผลงานในแนวรับอันยอดเยี่ยม โมฮาเหม็ด ซีมาก็อง อาจจะเป็นนักเตะของลีก เอิง คนต่อไปที่ถูกส่งออกไปยังต่างแดน

เด็กหนุ่มที่เกิดในเมือง มาร์กเซย เมื่อปี 2000 แม้จะใช้เวลา 5 ปีในทีมเยาวชนของ โอลิมปิก มาร์กเซย แต่เขาพลาดหวังในการได้ไปต่อ กระนั้นความฝันที่มีไม่ได้มอดดับ ซีมาก็อง ยังคงเดินหน้าไล่ตามสิ่งที่ตนเองต้องการ

ชีวิตของแข้งรายนี้หันเหไปยังทีมท้องถิ่นที่ระดับต่ำกว่า แต่ที่นั่นเขาสร้างผลงานด้วยการเป็นส่วนหนึ่งในการพาทีมเล็กๆ อย่าง Air Bel เข้าที่ 3 ของลีกระดับรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี

ถือเป็นบันไดให้เขาไต่ขึ้นมา เพราะหลังจากนั้น สตราส์บูร์ก เข้ามาชุบเลี้ยงพร้อมกับโอบอุ้มกองหลังรายนี้

ซีมาก็อง ใช้เวลา 2 ปีในทีมเยาวชนก่อนจะได้โอกาสประเดิมทีมชุดใหญ่เมื่อปี 2019 ซึ่งเกิดขึ้นในศึก ยูโรปา ลีก ที่ สตราส์บูร์ก ดวลกับ มัคคาบี้ ไฮฟา และหลังจากนั้นเส้นทางสู่ทีมชุดใหญ่ของเขาเปิดกว้าง

หนึ่งในนักเตะที่ถูกพูดถึง

เริ่มแรกเดิมที ซีมาก็อง ถูกจับเล่นแบ็กขวาสลับกองหลังตัวกลางในทีมชุดใหญ่แล้วแต่โค้ชจะต้องการ ซึ่งผลงานของเขาถือว่าดูดีทีเดียว เพราะได้โอกาสจาก เธียร์รี่ โลเรย์ นายใหญ่ของทีมอย่างต่อเนื่อง

กระนั้นผลงานที่ทำให้กองหลังชาวฝรั่งเศสรายนี้ถูกพูดถึงคือการหุบมาเล่นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟตำแหน่งถนัดของตนเองในซีซั่นนี้อย่างเต็มรูปแบบ นั่นทำให้ผลงานของหนุ่มวัย 20 ปีถูกจับตามองและถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่อง

หลายคนอาจจะแปลกใจกับการก้าวขึ้นมาของ ซีมาก็อง แต่สำหรับคนคุ้นเคยที่รู้จักเจ้าหนูรายนี้มาก่อนต่างไม่แปลกใจ เพราะพวกเขาเชื่อว่านักเตะมีศักยภาพในตัวอย่างเต็มที่และรอวันระเบิดออกมาเพื่อให้คนอื่นๆ ตกตะลึง

“การทดสอบบางอย่างของเขามีค่าเฉลี่ยปานกลาง แต่เราเชื่อมั่นใจศักยภาพที่มองไม่เห็นของเขา” ฟร็องซัวส์ เคลเลอร์ โค้ชทีมสำรองของ สตราส์บูร์ก กล่าวถึง ซีมาก็อง ในตอนที่ทดสอบแข้งรายนี้หนแรก

“จากนั้นเราเข้าใจได้เลยว่าเรากำลังรับมือกับปรากฏการณ์ เขากำลังสร้างผลงานให้คนตื่นตา ผมส่งเขาลงเล่นในลีกลำดับที่ 3 และนั่นไม่เพียงพอสำหรับเขา

“เอ่อ ผมชอบการเปรียบเทียบนะ ซึ่งผมบอกกับตนเองว่าเรามี (ราฟาแอล) วาราน คนใหม่แล้ว เขามีร่างกายสำหรับการเป็นนักกีฬาและมีพลังที่เอ่อล้นอย่างมาก แต่ก็มีความนิ่งที่ไหลซึมออกมาด้วย”

ไม่แปลกที่คนวงในจะกล่าวชมผลงานของ ซีมาก็อง เพราะที่ผ่านมาเด็กหนุ่มชาวเมืองมาร์กเซยรายนี้พัฒนาผลงานตนเองจนกลายเป็นหนึ่งในแข้งเนื้อหอมที่มาจากผลผลิตของเวที ลีก เอิง และมีคนยกไปเปรียบเทียบกับตำนานขาวฝรั่งเศสอย่าง ลีลีย็อง ตูราม เพราะทั้งความแข็งแกร่งและยืดหยุ่นในการแนวรับที่แสดงออกมาทำให้หลายๆ คนคิดเช่นนั้น

พละกำลังที่เหลือล้น ผลงานการป้องกันที่ดี และที่สำคัญคือพัฒนาการก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่องง จึงไม่แปลกใจที่คำชมต่างๆ ในตัวของ ซีมาก็อง กำลังพรั่งพรูออกมา

จึงน่าสนใจว่าเส้นทางหลังจากนี้ของ ซีมาก็อง จะเป็นเช่นไร แม้อาการบาดเจ็บหัวเข่าจะทำให้เขาพลาดลงสนามมาเป็นเดือนแล้ว แต่ความสนใจในตัวของแข้งรายนี้ไม่ได้จางหายไป

เอซี มิลาน คือหนึ่งในทีมที่ถูกโยงกับ ซีมาก็อง ตั้งแต่หน้าร้อนปีที่ผ่านมา รอสโซเนรี่ พยายามตามจีบแข้งวัย 20 ปี แต่ปัญหาคือจำนวนเงินที่ตกลงกันไม่ได้ นั่นจึงเป็นโอกาสของ แอร์เบ ไลป์ซิก ทีมจอมฉกเด็กจากบุนเดสลีกาที่ไม่รอช้าพร้อมต่อแถวดึงตัว ซีมาก็อง ไปใช้งานเช่นเดียวกัน โดยอาศัยอัตลักษณ์และแนวทางการทำทีมที่พร้อมให้โอกาสดาวรุ่งเพื่อล่อ ซีมาก็อง ไปครอง

เรื่องอนาคตไม่มีใครทราบได้ แต่สำหรับ ซีมาก็อง เส้นทางอาชีพของเขาอาจจะเปลี่ยนแปลงหลังจบฤดูกาลนี้ และคำถามคือถึงเวลาในการท่องโลกกว้างแล้วหรือยัง

สิ่งเหล่านี้มีแต่เจ้าตัวเท่านั้นที่ทราบ เพราะมันคือชีวิตและอนาคตของตนเอง เขาต้องถามตัวเองว่าพร้อมแล้วหรือยังกับการออกไปเผชิญกับลีกที่ใหญ่และการแข่งขันที่สูงกว่าเดิม

น่าสนใจตรงที่เส้นทางต่อไปของ ซีมาก็อง จะเลือกไปยังจุดไหน เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าทุกวันนี้แข้งหนุ่มอนาคตไกลหลายๆ คนสามารถแจ้งเกิดได้ตั้งแต่อายุผ่านหลักสองมาไม่มาก บางคนแจ้งเกิดและเป็นดาวเด่นตั้งแต่ยังไม่ยี่สิบเต็ม

เชื่อว่าในใจของ ซีมาก็อง คงมีการวางแผนอนาคตของตนเองไว้บ้างแล้ว เส้นทางไหนที่เขาจะสามารถพัฒนาผลงานได้ต่อเนื่อง และที่ไหนที่เขาจะสามารถยกระดับตนเองได้มากที่สุด สิ่งเหล่านี้คงกำลังถูกไตร่ตรองออกมาอย่างถี่ถ้วน แทงบอลออนไลน์

อย่างที่กล่าวไปว่าไม่มีใครทราบอนาคตในวันข้างหน้า แต่มันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้กับความสนใจและอยากติดตามในฐานะแฟนบอลว่ากองหลังรายนี้ที่ถูกยกย่องอย่างมากในฝรั่งเศส จะมีอนาคตอย่างไรต่อไปหลังจากนี้

Ratatouille พ่อครัวตัวจี๊ด หัวใจคับโลก

Ratatouille

Ratatouille

Ratatouille American Day 29 มิถุนายน 2018 2007 เป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่นลำดับที่แปดของ Pixar ซึ่งตั้งชื่อตาม Ratatouille ของฝรั่งเศส (Rattatoi ในภาษาอังกฤษ) และได้รับรางวัลออสการ์ลูกโลกทองคำและภาพยนตร์อังกฤษ Academy Awards และ Grammy Awards

เนื้อเรื่อง

เรมี อาศัยอยู่กับเอมิลพี่ชายของเขาในราชอาณาจักรหนูในฝรั่งเศส (Emil) และพ่อของเขาคือ Yanke (Django) เป็นผู้รับผิดชอบ Rat Kingdom Remy Martin มีรสชาติที่ใหญ่โต ดังนั้นพ่อของเขาจึงปล่อยให้เรมี่ตรวจความเบื่อหน่าย แต่เรมี่แตกต่างจากหนูตัวอื่นอย่างสิ้นเชิง เขามักจะเลือกสถานที่ที่เขากิน แต่ของดีๆเพราะไม่อยากให้มือ (เท้าหน้า) สกปรกดังนั้นเรมี่จึงไม่ค่อยเข้ากับพ่อของเขา จนกระทั่งวันหนึ่ง Remy และ Emil ต่างก็เข้าไปในบ้านของหญิงชราคนหนึ่งเพื่อหาอะไรกิน จากนั้นเขาก็พบหนังสือของ Auguste Gusteau เชฟมือทองชาวฝรั่งเศส เขามีร้านอาหารชื่อ Gusteau’s ในปารีสซึ่งเป็นร้านอาหารระดับห้าดาว เรมีชื่นชมเชฟกุสตาฟ โดยเฉพาะคำขวัญของเขาที่ว่า “ใคร ๆ ก็ทำอาหารได้” (ใคร ๆ ก็ทำอาหารได้!) หลังจากถูกวิจารณ์โดยนักวิจารณ์อาหาร Anton Ego กัสโตว์ก็ขึ้นไปชั้นบนจนถึงสี่ดาวหลังจากนั้นไม่นานเชฟ Gustow ก็เสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุ เป็นผลให้ร้าน Gustav ถูกลดระดับเป็นสามดาว ตอนที่เรมีดูทีวีเขารู้ว่าเชฟกุสโตว์ตายแล้ว แม่เฒ่าตื่นขึ้นมา และพยายามใช้ปืนไล่ยิงเรมี่และเอมิล จนหลังคาด้านบนแตกออกและหนูจำนวนมากก็หล่นลงมา พ่อของเรมี่จึงรีบให้หนูทุกตัวไปขึ้นแพตรงแม่น้ำ แต่เรมี่เอาหนังสือของกุสโตว์ไปด้วย ทำให้ตามหนูที่เหลือไม่ทันและพลัดพรากจากครอบครัว

หลังจากนั้นเรมี่ก็เริ่มหมดความหวัง เชฟ Gustow แห่ง Remy ในจินตนาการได้ออกมาบอกกับ Remy ว่า: “อาหารจะถูกมอบให้กับคนรักการทำอาหารเสมอ” เขาถูกพบในปารีสและเจ้าของร้าน Gustow คนปัจจุบันเป็นเชฟชื่อ Skinner (สกินเนอร์) อดีตพ่อครัวใหญ่ที่ Gustow ตอนนั้นเด็กหนุ่มชื่อ Alfredo Linguini ขอทำงานในร้าน Gustow พร้อมกับจดหมายเกี่ยวกับการตายของแม่ ดังนั้นสกินเนอร์จึงให้ลิงกวินีเป็นเด็กทิ้งขยะ จากนั้นเขาก็ทิ้งหม้อซุป ก็เลยปรุงน้ำซุปใส่ลงไป เรมีบังเอิญตกจากหลังคาของ Gustow ลงไปในอ่าง หลังจากพยายามหลบหนีเขาได้กลิ่นซุปและรู้สึกอึดอัดดังนั้นเขาจึงพยายามทำให้รสชาติของน้ำซุปเป็นกลาง ลิงกวินีเห็นเรมี่จึงถือฝาหม้อ สกินเนอร์จับลิงวินีและกล่าวหาว่าเขาทำอาหารในครัว ในความสับสนวุ่นวายซุปถูกเสิร์ฟให้กับแขก ลูกค้าคนนั้นคือโซลีนนักวิจารณ์อาหาร เลอแคลร์ยกย่องว่าซุปของ Gustow อร่อยมาก

เซฟผู้หญิงคนเดียวในร้านกุสโตว์ คอลเลตต์ ทาทูว์ (Colette Tatou) บอกสกินเนอร์ไม่ให้ไล่ลิงกวินี่ออก และยกคติของเชฟกุสโตว์ว่า “ไม่ว่าใครก็ทำอาหารได้” สกินเนอร์จึงไม่ไล่ลินกวินี่ออกแต่จะให้เขาทำซุปใหม่อีกครั้ง ขณะที่สกินเนอร์กำลังคุยกับลินกวินี่อยู่นั้นเขาก็เห็นเรมี่กำลังหนีอยู่พอดี ลินกวินี่จึงจับเรมี่ไว้ในขวด และสกินเนอร์ก็สั่งให้เอาเรมี่ไปไกลๆ แล้วฆ่ามัน แต่เมื่อถึงริมฝั่งแม่น้ำลินกวินี่ไม่สามารถทำใจฆ่าเรมี่ได้ เขาจึงเริ่มคุยกับเรมี่ บอกปัญหาต่างๆ และเขาพบว่าเรมี่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูด โดยการพยักหน้าและภาษากาย

วันรุ่งขึ้นร้านกุสโตว์ถูกจับตามองอีกครั้งหลังคำวิจารณ์ของโซลีน เลอแคลร์เผยแผร่ โดยลินกวินี่คิดหาว่าจะไว้เรมี่ที่ไหนดี และสุดท้ายหลังจากใช้ความพยายามหลายครั้งเขาจึงเอาเรมี่ไว้ในหมวกพ่อครัว และตอนนั้นลิงกวินี่เกือบจะชนกับบริกรของร้าน เรมี่ก็ดึงผมของลินกวินี่โดยไม่ได้ตั้งใจ ลินกวินี่ก็หลบบริกรได้ทัน ลินกวินี่จึงถามเรมี่ว่าเขาทำได้อย่างไร เรมี่ก็ลองดึงผมของลินกวินี่ แล้วเขาก็ขยับตามการดึงผมของเรมี่ เรมี่จึงใช้วิธีนี้ให้เขาสามารถควบคุมลินกวินี่ให้ทำอาหารได้

ลินกวินี่สามารถทำซุปอีกครั้งผ่านการควบคุมอย่างลับๆ ของเรมี่ แต่สกินเนอร์ก็ยังสงสัยว่าทำไมคนไม่เคยทำอาหารอย่างลินกวินี่จึงทำซุปได้อร่อยนัก ในคืนนั้นมีลูกค้าประจำโดยพวกเขาต้องการอาหารใหม่ที่ไม่มีอยู่ในเมนูบ้าง เรมี่และลินกวินี่ก็ทำอาหาร สวีตเบรด-อลากุสโตว์ ซึ่งกุสโตว์ยังเคยพูดเองว่าอาหารสูตรนี้แย่สุดๆ แต่ลูกค้าชอบมากและมีออเดอร์เข้ามาหลายที่ ระหว่างที่ลินกวินี่กำลังฉลองความสำเร็จเล็กๆ ในร้าน ในตอนนั้นสกินเนอร์เขาก็เห็นเงาของหนูในหมวกของลิงกวินี่ เขาจึงให้ลินกวินี่ดื่มไวน์ ชาโต ลาตูร์ (Château Latour) จนเมาเพื่ออาจจะได้ความลับบางอย่างแต่ก็ไม่สำเร็จ เขาจึงปล่อยให้ลินกวินี่ล้างจานและทำความสะอาดร้านจนถึงเช้า

วันรุ่งขึ้นขณะที่ลินกวินี่กำลังหลับอยู่และยังไม่สร่างเมา คอลเลตต์ได้มาถึงพอดี เรมี่จึงเข้าไปในหมวกของลินกวินี่และใส่แว่นดำให้กับเขา และควบคุมลิงกวินี่ทั้งๆ ที่หลับ จนสุดท้ายลินกวินี่เกือบที่จะเปิดเผยความจริง เรมี่จึงดึงผมของลินกวินี่จนลินกวินี่ล้มบนคอลเลตต์และจูบกันโดยไม่ได้ตั้งใจ ทั้งสองเริ่มเดตกัน ทำให้เรมี่รู้สึกว่าถูกละทิ้ง ในขณะนั้นสกินเนอร์ได้อ่านจดหมายจากแม่ของลินกวินี่และพบว่าลินกวินี่เป็นลูกชายของกุสโตว์ จากพินัยกรรมของเชฟกุสโตว์ หากไม่มีทายาทของกุสโตว์ปรากฏตัวภายใน 2 ปีหลังจากกุสโตว์เสียชีวิต ตำแหน่งหัวหน้าเชฟจะตกเป็นของผู้ช่วยเชฟ ซึ่งนั่นคือสกินเนอร์นั่นเอง ทำให้แผนการของสกินเนอร์ที่จะขายชื่อร้านกุสโตว์ในธุรกิจอาหารแช่แข็งอยู่ในสถานการณ์ล่อแหลม และสกินเนอร์ก็พยายามหาวิธีเขี่ยลินกวินี่ออกจากร้านกุสโตว์ให้ได้

คืนหนึ่ง เรมี่ได้พบกับครอบครัว จังโก้พ่อของเขาจัดงานฉลองอย่างใหญ่โต แต่เรมี่บอกว่าเขาจะไม่อยู่กับครอบครัวแต่จะกลับไปอยู่กับมนุษย์ (ลินกวินี่) แล้วจะกลับมาเยี่ยมครอบครัวบ่อยๆ จังโก้จึงพาเรมี่ไปยังร้านขายยาเบื่อและกับดักหนูซึ่งมีแต่หนูที่ตายอยู่ในตู้กระจก และบอกเรมี่ว่านี่คือผลจากการที่หนูทำตัวสบายใกล้มนุษย์เกินไป เรมี่ไม่เชื่อและขอเดินในเส้นทางของเขาเอง

ระหว่างที่กำลังหาอาหาร เรมี่ได้พบพินัยกรรมของกุสโตว์ในลิ้นชักของสกินเนอร์ หลังจากหนีการตามล่าของสกินเนอร์ เรมี่ได้นำพินัยกรรมไปให้ลิงกวินี่ ลินกวินี่ถือว่าเป็นเจ้าของร้านกุสโตว์อย่างสมบูรณ์แล้ว ทำให้แผนของสกินเนอร์ต้องล่มทั้งหมด สกินเนอร์ถูกไล่ออก ทำให้ร้านกุสโตว์มีหน้าตาขึ้นมาอีกครั้ง

แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ยินดีในตัวลินกวินี่ แอนทอน อีโก้ นักวิจารณ์อาหารได้มายังร้านกุสโตว์อีกครั้ง และบอกแก่ลินกวินี่ว่าพรุ่งนี้เขาจะมาอีกครั้งด้วยความหวังอย่างสูง แต่ในวันนั้นลินกวินี่และเรมี่แตกคอกัน แต่บังเอิญสกินเนอร์เห็นเรมี่พอดีและรู้ความจริงว่าเรมี่เป็นคนทำอาหาร วันต่อมาสกินเนอร์จึงวางกับดักเรมี่ และจะให้เรมี่ทำอาหารแช่แข็งยี่ห้อเชฟสกินเนอร์แลกกับการไม่ฆ่าเรมี่ ทางด้านร้านกุสโตว์ อีโก้ได้มาถึงและบอกแก่บริกรว่า “บอกเชฟลินกวินี่ของคุณว่าให้เอาอะไรก็ได้ที่เขากล้ามาเสิร์ฟผม ให้เขาซัดผมด้วยสูตรเด็ดของเขาเลย” สกินเนอร์ซึ่งแอบปลอมตัวมาก็สั่งอาหารตามที่อีโก้สั่ง ลินกวินี่ซึ่งไม่รู้จะทำอาหารอะไรเพราะตอนนี้เรมี่ไม่อยู่แล้ว เขาจึงกระวนกระวายและวิ่งเข้าห้องทำงานไป

เรมี่ได้รับความช่วยเหลือจากพ่อของเขาและเอมิล เรมี่รีบกลับไปที่ร้านกุสโตว์ทันทีเพราะเขารู้ว่าลินกวินี่ต้องทำอาหารไม่ได้แน่ แต่เมื่อเขาไปถึงพวกเชฟก็พยายามจะจับเรมี่ ลินกวินี่เห็นดังนั้นจึงรีบมาปกป้องเรมี่ไว้ และอธิบายว่าเรมี่เป็นคนทำอาหาร ทำให้คนอื่นๆ รับไม่ได้จึงเดินออกจากครัวไปหมด เหลือแต่ลินกวินี่กับเรมี่ ลินกวินี่จึงเดินคอตกเข้าห้องไป พ่อของเรมี่ก็ออกมาและบอกว่าเขามองเพื่อนของเรมี่ผิดไปและมองเรมี่ผิด เขาจึงเรียกพรรคพวกหนูของเขามาและบอกแก่เรมี่ว่า ให้เรมี่สั่งมาได้เลยว่าให้ทำอาหารยังไง แต่บังเอิญเจ้าหน้าที่กรมอนามัยที่สกินเนอร์ได้โทรนัดไว้มาพอดี พ่อของเรมี่จึงให้พรรคพวกส่วนหนึ่งจับไว้ อีกส่วนหนึ่งช่วยเรมี่ทำอาหาร

ด้านคอเลตต์ ขณะที่เธอกับขี่จักรยานยนต์ไปตามถนน เธอได้เห็นหนังสือของกุสโตว์ “ไม่ว่าใครก็ทำอาหารได้” เธอจึงยอมที่จะกลับไปที่ร้านกุสโตว์ ขณะนั้นลินกวินี่เป็นบริกรชั่วคราวโดยใช้โรวเลอร์สเก็ตเพื่อความรวดเร็ว เรมี่เสนอคอลเลตต์ให้ทำ แรททาทูอี (Ratatouille) แต่คอลเลตต์แย้งว่ามันเป็นอาหารคนจน แต่เรมี่มั่นใจที่จะทำแรททาทูอี เมื่อแรททาทูอีถูกเสิร์ฟไปยังโต๊ะของอีโก้และสกินเนอร์ เมื่ออีโก้กินเข้าไปคำแรก เขาก็ระลึกถึงวัยเด็กสมัยที่แม่ของเขาเคยทำแรททาทูอีให้กิน สกินเนอร์ซึ่งเมื่อกินแล้วก็บุกเข้าไปถึงในครัวแล้วถามว่าใครเป็นคนทำแรททาทูอี แต่เมื่อเขาเห็นหนูกำลังทำอาหารเขาก็ตกตะลึงและถูกพวกหนูจับขังเหมือนเจ้าหน้าที่อนามัย

อีโก้ตอนแรกคิดว่าลินกวินี่เป็นเชฟ แต่ลิงกวินี่บอกอีโก้ว่าเขาเป็นแค่เด็กเสิร์ฟ อีโก้ต้องการจะพบเชฟ คอลเลตต์จึงบอกอีโก้ว่าเขาต้องรอจนกว่าแขกคนอื่นๆ กลับไปหมดก่อน หลังร้านปิดลิงกวินี่ก็เผยว่าเรมี่เป็นคนทำอาหาร และได้พาไปดูถึงในครัว อีโก้จึงได้เปลี่ยนความคิดเดิมๆ ของเขาแล้วเขียนคำวิจารณ์ว่า ตอนนี้ผมพอที่จะเข้าใจความหมายของคำที่ว่า “ไม่ว่าใครก็ทำอาหารได้” และกล่าวว่าเชฟที่ร้านกุสโตว์เป็นเชฟที่ยอดเยี่ยมที่สุดของฝรั่งเศส

อย่างไรก็ตามร้านกุสโตว์ถูกปิดโดยกรมอนามัย อีโก้เสียเครดิตไปจำนวนมาก ถึงกระนั้น ลินกวินี่, คอลเลตต์, และเรมี่จึงไปเปิดร้านอาหารเล็กๆ แห่งใหม่ที่ชื่อว่า La Ratatouille โดยมีอีโก้เป็นลูกค้าประจำ ระเบียงด้านบนร้านเป็นร้านอาหารเล็กๆ สำหรับหนู ภาพยนตร์จบลงด้วยภาพคนต่อแถวยาวจากร้าน โดยมีสัญลักษณ์ร้านเป็นหนูใส่หมวกพ่อครัวและถือทัพพี และขึ้นคำว่า “Fin” ซึ่งเป็นภาษาฝรั่งเศสแปลว่า “จบ”

เรื่องน่ารู้ หากคุณกำลังอยากสร้างบ้าน เรื่องบ้านๆ ตามความหมายภาษาไทย

เรื่องน่ารู้
เรื่องน่ารู้

เรื่องน่ารู้ หากคุณกำลังอยากสร้างบ้าน เรื่องบ้านๆ ตามความหมายภาษาไทย อาจจะเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ความจริงแล้วการจะมีบ้านสักหนึ่งหลัง

ปัจจัยพื้นฐานการมีบ้านต้องผูกกับหลากหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็น ทำเล สไตล์การออกแบบและตกแต่ง งบประมาณในการปลูกสร้าง

ข้อดีของการมีพื้นฐานความรู้การสร้างบ้านช่วยให้เราได้ประโยชน์หลากหลายอย่าง อาทิ การได้บ้านตามดีไซน์ที่เราต้องการ อาคารมีโครงสร้างที่สมบูรณ์และแข็งแรงตามแบบแปลน หรือจะเป็นการได้ที่อยู่อาศัยที่ตรงตามกรอบของกฏหมายในเมืองนั้นๆ ที่สำคัญคุณจะไม่เสียเปรียบหรือเสียประโยชน์จากการว่าจ้าง การเลือกซื้อวัสดุ การวางตำแหน่งของห้องให้ตรงกับทิศทางลม เป็นต้น

ซึ่งในวันนี้ Homify ขออาสานำเสนอเทคนิคและข้อเสนอแนะเพื่อการเรียนรู้ก่อนการสร้างบ้านพื้นฐาน เพื่อสร้างความรู้ที่ดีให้กับผู้อยู่อาศัยได้นำไปปรับใช้ ตลอดจนปรับปรุงหรือต่อเติมส่วนต่างๆที่ดูแล้วอาจจะยังบกพร่องเพื่อภาพรวมที่ดีของบ้านและที่อยู่อาศัยของทุกคนต่อไป

1.​ทำเลที่ตั้ง

ก่อนการมีบ้านสักหลังไม่ว่าจะปลูกสร้างเองหรือเลือกซื้อตามโครงการบ้านที่ปลูกสำเร็จรูปควรตรวจสอบทำเลที่ตั้งก่อนว่ามีความพร้อมและสะดวกสบายต่อการเดินทางของผู้อยู่อาศัยหรือไม่ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานอย่างถนน ไม่เพียงเท่านั้นลองประเมินดูว่าค่าเฉลี่ยของที่ดินทำเลนั้นๆ ตร.ว ละเท่าไหร่ เพื่อนำมาประกอบในการตัดสินใจของการเลือกซื้อหรือปลูกสร้าง ทั้งนี้บริบทโดยรอบของทำเลที่ตั้งควรอยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาล โรงเรียน ร้านสะดวกซื้อหรือสถานที่ราชการต่างๆเพื่อความสะดวกสบายในการอยู่อาศัยและทำธุระต่างๆ

อีกอย่างการรู้ภูมิหลังของที่ดินก่อนหน้านี้ยังช่วยให้การตัดสินใจของเราเกิดความมั่นใจมากขึ้น เพราะในบางครั้งบางผืนที่ดินอาจเป็นแหล่งน้ำมาก่อน หากเราเลือกซื้อก็ต้องเสริมฐานรากด้วยการถมดินให้แน่นหนาเพื่อกันพื้นทรุดในอนาคต เป็นต้น

2.ทิศทางและการวางแปลนบ้าน

หลังจากทำความเข้าใจและทราบเบื้องต้นเกี่ยวกับทำเลที่ตั้งหรือที่ดินแล้วนั้น การกำหนดทิศทางและการวางแปลนบ้านก็สำคัญ เพราะทิศทางของแสงแดดนั้น จะวิ่งเป็นแนวตะวันออกอ้อมไปทางทิศใต้ก่อนที่จะสิ้นสุดที่ทิศตะวันตก ทำให้มุมห้องที่จะอยู่ในทิศดังกล่าวต้องเจอกับแสงแดดทั้งวัน ควรดีไซน์พื้นที่ดังกล่าวด้วยห้องน้ำ ห้องครัว เพราะมุมการอยู่อาศัยดังกล่าวไม่ได้ใช้งานทั้งวัน อีกทั้งยังต้องการแสงสว่างเพื่อจัดการกับความชื้น ด้านทิศเหนือมุมที่ดีควรจัดวางให้เป็นมุมนั่งเล่น ห้องนอน โถงกลาง และงานปูทางเดินตลอดจนชานบ้าน แม้แสงจะไม่ตกกระทบทั้งวันแต่มีลมพัดผ่านในทุกช่วงเวลาเพิ่มความเย็นสบายและปลอดโปร่งให้กับภายในบ้านได้เป็นอย่างดี

3.รูปแบบและสไตล์การตกแต่ง

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการปลูกสร้างหรือเลือกที่อยู่อาศัยคือการกำหนดสไตล์ในการออกแบบและตกแต่งบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันช่างผู้เชี่ยวชาญ สถาปนิกนักออกแบบชาวไทย มีแบบอย่างบ้านให้เลือกอย่างหลากหลาย ทั้งสไตล์โมเดิร์นสุดทันสมัย สไตล์มินิมัลในแบบเรียบง่าย หรือจะเป็นสไตล์ลอฟท์และอินดัสเทรียลที่ดูดิบเท่ เมื่อเราได้สไตล์และรสนิยมที่ต้องการก็สามารถกำหนดการวางแปลนบ้านอันนำไปสู่ขั้นตอนของการประเมินราคา ขออนุญาตกรมที่ดิน รวมทั้งเลือกซื้อวัสดุก่อสร้างและติดตั้งบริษัทรับเหมาเพื่อดำเนินการปลูกสร้าง ออกแบบบ้าน

ข้อควรคำนึงในการออกแบบ การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ใช้สอย ภายในบ้าน

ข้อควรคำนึงในการออกแบบ
ข้อควรคำนึงในการออกแบบ

ข้อควรคำนึงในการออกแบบ การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ใช้สอย ภายในบ้าน

ข้อควรคำนึง
หลักการจัดการควรคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้
1) ประโยชน์ใช้สอย คือ ความเหมาะสมกับการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ สะดวกสบาย คงทนถาวร
2) ความงามของรูปแบบ คือ การออกแบบรูปร่างของวัตถุให้มีความสวยงาม ทันสมัย กลมกลืนกับบรรยากาศ
3) การจัดวาง คือ การวางตำแหน่งสิ่งของตามหน้าที่ของการใช้สอย เพื่อให้เกิดความงาม ความเป็นระเบียบ
4) การใช้สีตกแต่งภายใน คือ การใช้สีมาทาพ่นเพื่อให้มีผลต่อความรู้สึก

ข้อคำนึงในการออกแบบ

ที่ว่างภายในบ้านและอาคารเป็นพื้นฐาน สำหรับ การตกแต่งภายใน ส่วนใหญ่พื้นที่การใช้สอย ได้รับการกำหนด มาล่วงหน้าแล้ว ในขั้นตอนการก่อสร้าง ว่าจะมีกี่ห้องนอน กี่ห้องน้ำ กำหนดให้ห้องรับแขก อยู่ที่ไหน และใช้พื้นที่ใด้ เป็นห้องครัว หรือห้องรับประทานอาหาร แต่จะมีสักกี่ราย ที่สามารถใช้พื้นที่ใช้สอยตามความต้องการ และความจำเป็น ก่อนการปลูกสร้าง เพราะส่วนใหญ่ ในการซื้อบ้านนั้น มักจะซื้อ บ้านจัดสรร ทาวน์เฮาส์ คอนโดมิเนียม ที่มีการจัดพื้นที่ใช้สอยไว้ล่วงหน้าแล้ว
ถ้าท่านสามารถกำหนดไว้ได้ล่วงหน้าแล้วก็ตาม แต่ในขณะนั้นความต้องการ และความจำเป็นในการใช้พื้นที่ใช้สอยนั้น สำหรับคู่สามี-ภรรยาที่แต่งงานกันใหม่ ห้องนอนจึงใช้เพียงห้องเดียว พื้นที่ใช้สอยอื่น ก็ทำไว้สำหรับสองคนเท่านั้น แต่เมื่อครอบครัวขยายขึ้น ความต้องการพื้นที่ใช้สอยจึงเปลี่ยนไป

การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ใช้สอย ภายในบ้านนอกจาก จะเปลี่ยนตาม ความจำเป็น ของสภาพครอบครัวแล้ว สิ่งสำคัญเป็นอย่างมาก ที่จะเป็นตัวกำหนด ก็คือ ” รสนิยม ” ซึ่งเป็นตัวกำหนด หลักการของการตกแต่ง ให้ออกมารูปแบบต่าง ๆ เดิมอาจชอบเปิดโล่ง ที่มีพื้นที่ต่อเนื่องกันได้ทั้งบ้าน โดยไม่มีผนังมากั้นกลาง ภายหลังเพื่อ ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น จึงต้องการมีห้องที่มีลักษณะปิดกั้นจากภายนอก หรือเดิมชอบบ้านแบบเรียบ ๆ มีของตกแต่งเท่าที่จำเป็น แต่กลับมาชอบการตกแต่งที่สมบูรณ์แบบ มีภาพแขวนบนผนัง มุมว่างจัดวางไว้ด้วยประติมากรรม หน้าต่างและประตูทุกบานติดม่านจับจีบ ซึ่งความต้องการเหล่านี้ อาจจะต้องทำให้มีการกั้นห้อง หรือรื้อผนังออกไป เพื่อความเหมาะสมของการตกแต่ง.

 

ก่อนที่จะรื้นถอน หรือกั้นผนังเพื่อเป็นการปรับปรุงพื้นที่การใช้สอยนั้น ควรพิจารณาถึง วิธีการอย่างง่าย ๆ เสียก่อน ลองพยายามนึกถึงห้องต่าง ๆ ภายในบ้านอย่างสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน บางทีเพียงแต่ท่านสลับห้องกันระหว่างห้องนอน และห้องนั่งเล่นก็อาจจะได้สิ่งที่ต้องการ โดยไม่ต้องสร้างขึ้นมาใหม่ ถ้าต้องการห้องรับแขกที่กว้างขวาง อาจจะเอาเฟอร์นิเจอร์ ที่เกินความจำเป็นออกไป หรือจัดกลุ่มเครื่องเรือนใหม่ ทำให้เกิดที่ว่างกว้างขวางกว่าเดิม
อีกประการหนึ่งให้นึกถึง ความสัมพันธ์ ระหว่างธรรมชาติภายนอก กับการใช้สอยภายใน การที่จะใช้พื้นที่ไหนทำอะไร จะต้องคำนึงถึงแสงสว่าง ทิศทางลม ตัวอย่างเช่น แสงแดดในยามเช้านั้นดูน่าสบายในการรับประทานอาหารเช้า จึงควรจัดห้องรับประทานอาหาร ให้อยู่ด้านที่แสงแดด ส่องเข้าถึง ห้องพักผ่อนสำหรับครอบครัว ควรจะอยู่ในที่อากาศถ่ายเทได้ดี สามารถอยู่อาศัยได้ทั้งวัน จะต้องเป็นห้องที่ไม่ที่เสียง และฝุ่นละอองจากภายนอก แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ อาจจะต้องใช้ฉาก หรือม่านกั้นหรือระบบปรับอากาศ
ในกรณีที่คุณมีเงินมากพอ การปรับปรุงเปลี่ยนแปลง พื้นที่ใช้สอย ก็สามารถทำได้อย่างเต็มที่จะรื้อบางส่วนออก หรือสร้างผนังบางส่วน ขึ้นมาก็ย่อมเป็นไปได้ แต่ถ้าจะทำเช่นนั้นควรวางแผนและไตร่ตรองให้รอบคอบแล้วเท่านั้น เพราะเมื่อจัดการอย่างใดอย่างหนึ่งลงไปแล้ว ต้องมั่นใจว่า จะได้รับประโยชน์จากที่ว่างอย่างสูงสุด หรือผนังภายในบ้านแบ่งได้กว้าง ๆ ออกเป็นสองประเภท คือ ผนังรับน้ำหนัก และผนังที่ไม่ได้รับน้ำหนัก การรื้อผนังที่ไม่รับน้ำหนักสามารถรื้ออกได้ทันที แต่การรื้อผนังรับน้ำหนักที่ต้องรับน้ำหนักชั้นบนอยู่ จะต้องทำคานสำหรับรับน้ำหนักไว้แทน วิธีสังเกตง่าย ๆ ว่าผนังไหนรับน้ำหนัก คือ ถ้ามีผนังด้านบน ตรงกับผนังด้านล่าง แสดงว่าเป็นผนังรับน้ำหนัก..

 

การเปลี่ยนแปลงสิ่งต่าง ๆ ภายในบ้าน อาจกระทบกระเทือนโครงสร้างบ้าน ฉะนั้นจึงต้อง อาศัยความรู้ความสามารถ จากผู้เชี่ยวชาญ เช่น สถาปนิก วิศวกร ซึ่งเขาเหล่านี้ สามารถดูแลความถูกต้องตามหลักวิชาการ และด้านกฎหมายอีกด้วย เพราะบางครั้ง การต่อเติม ที่ยื่นออกไปนอกบ้าน ไม่ว่าเป็นหลังคา ระเบียงบ้าน หรือ ต้องการต่อเติม ครัว หรือโรงรถใหม่ ก็ตาม ถ้าเป็นบ้านที่อยู่ในเขตเทศบาล ต้องเสนอ แบบแปลนขออณุญาต การปลูกสร้างจาก ทางราชการส่วนที่เกี่ยวข้อง
ข้อกำหนดที่สำคัญใน การออกแบบพื้นที่ใช้สอย ก็คือ การทำให้เกิดความสมดุลกัน ระหว่างความต้องการที่ขัดแย้งกัน ของสมาชิกในครอบครัว อย่างเช่น มีบางคนต้องการ ความสงบ สำหรับการทำงาน หรืออ่านหนังสือ แต่ก็มีบางคนต้องการพักผ่อน โดยการฟังวิทยุ ดูโทรทัศน์ การจัดจะต้องแยกกิจกรรม ที่ขัดแย้งให้แยกออกจากกัน ไว้คนละห้อง ที่เก็บเสียงได้ ถ้ามีความจำเป็นต้องรวม ที่รับแขก โต๊ะอาหาร และครัวไว้ ในห้องเดียวกัน ก็ควรทำระบบระบายอากาศ ไว้ให้ถ่ายเทให้ดี และติดเครื่องดูดอากาศ ไว้ในครัว อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึงถึง คือ ทางสัญจรภายในบ้าน จะต้องสะดวก ไม่วกวน ถ้าบ้านกว้างขวางอย่างเพียงพอ ก็ควรจัดให้ห้องนอน อยู่ห่างไกลหน้าบ้าน เพื่อความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น

สภาพบ้านที่มีอยู่เดิม เป็นพื้นฐานของการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง เราอาจจะใช้สิ่งที่มีอยู่แล้ว ให้เป็นประโยชน์ได้ การเปิดห้องสองห้อง ให้ติดต่อกัน อาจทำได้โดยรื้อผนังส่วนใดส่วนหนึ่ง ให้มีขนาดใหญ่ แต่ยังคงเหลือบางส่วนไว้ ทำให้ได้บรรยากาศที่แปลกใหม่ขึ้นมา และมองดูแล้วเกิดความลึก ความตื้นเพราะผนังส่วนที่เหลือเป็นตัวกำหนด หรือบางห้อง เพียงต้องการ ให้ได้ที่โล่งเพิ่มขึ้น ก็อาจย้ายตู้เตี้ยกั้นห้องออกไป หรือแยกเก้าอี้รับแขกชุดใหญ่ ออกไปเสียบ้าง คงเหลือไว้เท่าที่จำเป็น และจัดวางชิดผนัง จะทำให้ได้พื้นที่กว้างขวางและดูเป็นทางการน้อยลง

การเปลี่ยนแปลง โดยการแบ่งห้องใหญ่ออกเป็นห้องเล็ก ๆ นั้นทำง่ายกว่าจะรวม ห้องสองห้องเป็นห้องเดียวกัน เพราะนอกจาก จะต้องคำนึงถึงว่า เป็นผนังที่รับน้ำหนักหรือไม่ตามที่กล่าวแล้ว ยังต้องพิจารณาดูห้องทั้งสอง ว่ามีความกลมกลืนกัน หรือไม่ ตั้งแต่ พื้น ผนัง และเพดาน โดยดูจากลักษณะพื้นผิว วัสดุที่ใช้ และสีสัน ถ้ากลมกลืนกัน ก็สามารถรื้อกำแพงออก และจัดตกแต่งเป็น ห้องเดียวกันได้ แต่ถ้ามีความแตกต่างกันมาก ก็อาจจะทำได้อีกวิธีหนึ่ง ที่เสียค่าใช้จ่ายในการปรับน้อยลงคือ เปิดช่องประตู ให้ติดต่อกัน และเปลี่ยนบรรยากาศ ให้พร้องต้องกันด้วยการทาสีใหม่เท่านั้น
การแบ่งพื้นที่ที่สามารถตอบสนอง การใช้สอยได้หลายอย่าง เช่น ในสำนักงานที่มีห้องโล่งขนาดใหญ่ แต่มีลักษณะ การทำงาน ที่แตกต่างออกไป บ้างเป็นสำนักงาน ที่ต้องทำงานอยู่กับโต๊ะเขียนหนังสือ บ้างก็ทำงานเป็น สตูดิโอถ่ายภาพ หรือจัดบางส่วนออก เป็นที่ชงกาแฟ เตรียมอาหาร ก็สามารถกั้นโดยใช้มู่ลี่ติดจากเพดานจรดพื้น หรือเป็นม่านพับ ที่ออกจากด้านข้าง เมื่อใดที่ต้องการ ใช้พื้นที่เป็นสัดส่วน ก็ดึงม่านกั้นไว้ แต่เมื่อใดที่ต้องการเนื้อที่กว้างในการจัดเลี้ยง ก็สามารถเปิดม่านให้โล่งได้ตลอดได้

เมื่อมองไปรอบ ๆ บ้านแล้วสังเกตดูว่า มีพื้นที่ส่วนใดภายในบ้าน ที่ยังปล่อยทิ้งไว้ ให้เปล่าประโยชน์อย่างเช่น โถงใต้บันได หรือเฉลียงแคบ ๆ หรือเพดานสูงเกินไป เมื่อเทียบกับขนาดห้อง เราอาจใช้พื้นที่เหล่านี้ทำเป็นประโยชน์ได้..

ห้องที่เพดานสูงมาก อาจจะทำชั้นลอยไว้เก็บของ หรือเป็นห้องนอนขนาดเล็ก สำหรับแขก หรืออาจยกพื้นด้านล่างขึ้นมาแทน ทำลิ้นชักสำหรับเก็บของ อยู่ใต้ยกพื้น เฉลียงแคบ ๆ ยาว อาจจะใช้พื้นที่ของผนัง แขวนรูปภาพ ทำตู้ติดผนังที่ใช้พื้นที่น้อย สำหรับเก็บหนังสือ ซึ่งต้องอาศัยการออกแบบที่ดี เพื่อให้มีพื้นที่เหลือพอสำหรับเดินผ่านไปมาได้สะดวก โถงใต้บันไดทำตู้ หรือชั้นเก็บของไว้ บางรายอาจใช้พื้นที่ตรงนี้ เป็นที่วางเตียงพับ หรือโซฟาได้ เพื่อเตรียมไว้ สำหรับแขกที่มาพักค้างคืน
การใช้เฟอร์นิเจอร์ มีบทบาทสำคัญในการกหนดคุณภาพ และลักษณะในการ จัดตกแต่งในที่ว่าง เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวขนาดใหญ่ จะนำมาตกแต่ง ได้อย่างสง่า และงดงาม ในห้องขนาดใหญ่ แต่ถ้าเป็นห้องแคบ ๆ ตู้ติดผนัง โต๊ะ-เก้าอี้ พับได้ และโซฟาที่เป็นเตียงในตัว ช่วยให้พื้นที่แคบใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่
การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ จะต้องคำนึงผลที่เกิดขึ้น เช่น การจัดวางชุดรับแขก 4 ชิ้น ที่ประกอบด้วยโซฟายาว เก้าอี้นวมอีกสองตัว และโต๊ะกลางหนึ่งตัว ซึ่งจัดได้ลงตัว และสวยงามในห้องที่กว้างขวาง แต่ถ้าห้องที่มีขนาดเล็ก ก็ควรใช้เฟอร์นิเจอร์ สมัยใหม่ ที่ออกแบบไว้ด้วยเส้นลายที่อ่อนหวาน และมีขนาดเล็กลง เมื่อตกแต่ง จะให้บรรยากาศที่โปร่งใสให้กับห้องเล็ก ๆ ได้มากกว่า และสามารถเคลื่อนย้ายได้ง่ายอีกด้วย

การจัดวางผังห้องนั้นไม่ได้คำนึงแค่ความสวยงามหรือการใช้งานเท่านั้น แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึง แต่หลาย ๆ คนอาจจะ ลืมไปก็คือ การจัดวางห้องโดยการคำนึง ถึงทิศทางของแสงและลม เพราะปัจจัยนี้ นี่แหละ ที่ช่วยให้คุณ ประหยัดค่าไฟฟ้าได้มากขึ้น

การจัดวางผังห้องนั้นไม่ได้คำนึงแค่ความสวยงามหรือการใช้งานเท่านั้น แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึง แต่หลาย ๆ คนอาจจะ ลืมไปก็คือ การจัดวางห้องโดยการคำนึง ถึงทิศทางของแสงและลม เพราะปัจจัยนี้ นี่แหละ ที่ช่วยให้คุณ ประหยัดค่าไฟฟ้าได้มากขึ้น

ดวงอาทิตย์มีช่วงเวลาที่จะโคจรอ้อมใต้ถึง 9 เดือนนั่น ทำให้บ้านจะรับ ความร้อน จัดจ้านมาก ทางทิศตะวันตกและทิศใต้ ห้องที่ต้องการเลี่ยงความร้อน ของแดด ในยามบ่าย จึงต้องอพยพให้ไปอยู่ฝั่งเหนือ หรือฝั่งตะวันออกซะให้หมดเพื่อที่คุณ จะได้ไม่ต้องเปิดเครื่องปรับอากาศมากนัก

ส่วนลมนั้น ประมาณเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม ทิศที่ได้รับความเย็นโชยมามากที่สุด คือทิศใต้และตะวันตกเฉียงใต้ ส่วนทิศเหนือหรือตะวันออกเฉียงเหนือ จะฉ่ำชื่น ด้วยลมโชยกันในเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ นั่นเป็นทิศทางของลมทางทฤษฎีว่าไว้

แต่ในเมืองที่แออัด ลมจะพัดไปทุกทิศทุกทาง จึงควรหันมาเน้นการเปิดช่องลม ทางทิศเหนือและใต้จะดีกว่า… แต่ต้องระวังอย่าให้มีการทับตำแหน่งกันเอง ย้ายเฟอร์นิเจอร์ หรือของตกแต่งบ้านออกจากช่องลมด้วย พอรู้ธรรมชาติ 2 อย่างนี้แล้วก็ลองไปสำรวจดูว่าจะวางห้องไหนไว้อย่างไรบ้าง?

ห้องรับแขกหรือห้องนั่งเล่น
เป็นห้องที่ต้องการความสบาย ๆ ใช้งานมากในวันหยุด และใช้เกือบตลอดช่วงกลางวัน ตำแหน่งที่เหมาะสมในบ้าน จึงควรวางไว้ที่ทิศเหนือ, ตะวันออกหรือตะวันออกเฉียงเหนือจะดีที่สุด และถ้าได้ช่องลมด้วยรับรองว่าห้องนี้น่า “นั่งเล่น” และน่า “รับแขก” เหมือนชื่อห้องแน่ ๆ

ห้องอาหาร
เป็นห้องที่ใช้งานช่วงสั้น ๆ จึงควรจัดวางไว้ที่ทิศตะวันออก, ตะวันออกเฉียงเหนือหรือเฉียงใต้ แต่ถ้ามั่นใจว่าใช้ช่วงเช้าตรู่และหัวค่ำ ก็สามารถ ย้ายไปลงทิศใต้ หรือตะวันตกก็ได้เพราะตอนเช้าแดดยังไม่ถึง ส่วนหัวค่ำแดดก็หมดแล้ว… อย่าลืมเล็งหาช่องลม เพื่อระบายความร้อนที่สะสม ในช่วงบ่ายด้วย ถ้าคุณคิดจะวางลงทิศตะวันตก

ห้องครัว

เป็นห้องที่สะสมความร้อนมากที่สุด จะอย่างไรก็ตามแต่ ห้องนี้ต้องจัดลงทางปลายลมเท่านั้น เพื่อไม่ให้ลมพัดกลิ่น และความร้อน ไปยังห้องอื่น เช่น ทิศตะวันตกหรือใต้เพื่อใช้เป็นห้องที่กันความร้อนให้ห้องอื่นด้วย และเพื่อรับความร้อนมาฆ่าเชื้อโรคด้วย… แต่สิ่งที่เน้นที่สุดก็คือ การระบายอากาศของห้อง

ห้องน้ำ
เป็นห้องที่มีความชื้นสูง ยังไม่คิดถึงว่าถ้าออกแบบไม่ดีจะมีปัญหาเรื่องกลิ่นด้วย ตำแหน่งที่เหมาะสมควรจะไปลงที่ทิศใต้, ตะวันตก หรือ ตะวันตกเฉียงใต้ เพื่อจะได้มีแสงสว่างและกันความร้อนให้ห้องอื่น ที่สำคัญคือต้องมีการระบายอากาศ ดูทิศทางลมให้ดีด้วย

ห้องทำงาน

เป็นห้องที่ต้องคำนึงถึงแสงธรรมชาติ ถ้าจะใช้งานในตอนกลางวันก็ให้ลงทิศเหนือ หรือตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ถ้าเป็น ตอนเย็นย่ำค่ำ สนธยา ก็โน่นเลยทิศตะวันออก หรือตะวันออกเฉียงใต้ อย่าลืมหาตำแหน่งดี ๆ ให้ลมโชยแผ่ว ๆ พอคลายเครียดด้วย บรรยากาศจะได้น่านั่งทำงาน

ห้องนอน
เป็นห้องที่สำคัญห้องหนึ่ง จึงต้องพิถีพิถัน ในการจัดวางหน่อย การระบายอากาศควรมีอย่างน้อย 2 ด้าน และวางหลบแดด ช่วงบ่ายด้วย เพราะถ้าคุณวางไว้ ทิศที่รับแดดบ่ายมา ตลอด 4-5 ชั่วโมง คืนนั้นคุณจะร้อนจน นอนไม่หลับทีเดียว ทิศที่เหมาะสมคือ ทิศเหนือ, ตะวันออก, ตะวันออกเฉียงเหนือหรือเฉียงใต้

 

ที่จอดรถ
ใครคิดว่าไม่สำคัญวางไว้ทิศทางไหนก็ได้ ไม่จริงหรอก ควรจัดลงในตำแหน่งที่ร้อนของบ้านเอาไว้ เพื่อเป็นตัวกันความร้อน ก่อนจะเข้าไปแผดเผาคนในบ้าน แต่ต้องมีการระบายความร้อนที่ดี ไม่เช่นนั้นทั้งกลิ่นทั้งความร้อนจะสะสม และแผ่รังสีเข้าไปในตัวบ้านได้อยู่ดี ตามกฎหมายไทยกำหนดให้ที่จอดรถไว้กว้าง 2.50 เมตร/คัน หรือ 5.00 เมตร/2คัน แต่ที่จอดรถในที่บ้าน ที่ดีน่าจะกว้าง 3.00 เมตร/คัน (ซึ่งมักทำกันอยู่แล้ว) และน่าจะกว้างสัก 5.50 เมตร สำหรับการจอดรถ 2 คัน (มักออกแบบ-ทำกันเพียง 5.00 เมตร) เพราะการจอดรถที่บ้าน กับการจอดรถที่ทำงานไม่เหมือนกัน ที่จอดรถ ที่บ้านจะต้องมีการเช็ดล้าง ขัดถู เก็บของ เอาของออก ฯลฯ จึงต้องการความกว้างมากกว่าปกติ

นี่คงเป็นแค่แนวคิดในการจัดวางห้องโดยคำนึงถึงธรรมชาติมากที่สุด เพื่อจะให้บ้านของคุณสามารถ รับทั้งแสงสว่างและลมได้ ในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อเป็นการประหยัดค่าไฟฟ้าให้คุณด้วย

 

ทิศทางของแสงแดด

คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าอิทธิพลของแสงแดด ที่มีต่อตัวบ้านจะมาจาก ทิศทางทิศตะวันออกและ ทิศตะวันตกเท่านั้น เพราะเป็นทิศ ที่ดวงอาทิตย์ขึ้นในช่วงเช้าและตกในช่วงเย็น ฉะนั้นการออกแบบ บ้านจึงต้อง คำนึงถึงแสงแดด ที่ส่องมาจาก สองทิศนี้เท่านั้น แต่โดยความเป็นจริงแล้ว ความร้อนที่เกิด ขึ้นในบ้านโดยได้รับอิทธิพลของแสงแดด ที่ส่องมาจากทางทิศเหนือ และทิศใต้นั้น ก็มีอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ในกรณีของประเทศไทยซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณ ที่อยู่เหนือเส้นศูนย์สูตร หรือค่อนมาทาง ซีกโลกเหนือ จะได้ รับอิทธิพลของแสงแดดที่ส่องมาจาก ทางทิศใต้มากกว่าแสงแดด ที่ส่องมาจากทางทิศเหนือ เพราะแสงแดด จะทำมุมเฉียง มาจากทิศทางใต้มากกว่า ทั้งนี้ แสงแดดที่ส่องมาจากทาง ทิศตะวันออก และ ทิศตะวันตก จะเป็นผลมาจากการที่โลกหมุนรอบตัวเอง ในแต่ละวัน ส่วนแสงแดด ที่ส่องมาจากทาง ทิศเหนือและ ทิศใต้ จะเป็นผลมาจากการที่โลก โคจรรอบดวงอาทิตย์ในแต่ละปี ซึ่งในกรณีนี้ทิศทางของแสงแดดจะเปลี่ยน แปลงตามฤดูกาล

การทำความเข้าใจเกี่ยวกับทิศทางของแสงแดด จะต้องอาศัยความรู้พื้นฐาน ทางด้านภูมิศาสตร์ บ้าง โดยอาจสรุปประเด็น ที่เกี่ยวข้องออก เป็นข้อๆได้ดังนี้

1. โลกหมุนรอบตัวเอง 1 รอบกินเวลา 24 ชั่วโมง ซึ่งมีผลทำให้เกิดปรากฏการณ์ กลางวัน และกลางคืน ทำให้เห็น ดวงอาทิตย์ ขึ้นทาง ทิศตะวันออก ในตอนเช้าและตกทาง ทิศตะวันตก ในตอนเย็น

2. โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ 1 รอบกินเวลา 1 ปีหรือ 365 วัน โดยแนวแกนที่ โลกหมุนรอบตัวเองทำมุมเอียงประมาณ 23.5 องศา กับแนวแกนของโคจร ที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ ซึ่ง มีผลทำให้เกิดฤดูกาลต่างๆ

3. ประมาณวันที่ 21 มีนาคมของทุกปี จะเป็นช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์อยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรของ โลกมากที่สุด ดวงอาทิตย์จะอยู่เหนือขึ้นไป ในแนวดิ่งพอดีกับพื้นที่ที่อยู่ตรงบริเวณ แนวเส้นศูนย์สูตร ในช่วงเวลานี้ขั้วโลกเหนือ และขั้วโลกใต้จะอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์เท่ากัน และจะเป็นช่วงเวลาที่กลางวัน ยาวเท่ากับกลางคืนในทุกๆ ประเทศ มีชื่อเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า วิษุวัต หรือ Equinox ( หมายถึง Equal Night ) โดยในช่วงเวลานี้จะเป็น วสันตวิษุวัต หรือ Vernal Equinox คือ เป็นช่วงเวลาที่ประเทศต่างๆ ทางซีกโลกเหนือ อย่างเข้าสู่ ฤดูใบไม้ผลิ

4. ประมาณวันที่ 21 มิถุนายนของทุกปีบริเวณขั้วโลกเหนือ จะเอียงเข้าหาดวงอาทิตย์มากที่สุด ขณะที่แนวเส้นศูนย์สูตรของโลก จะอยู่ไกลจากดวงอาทิตย์มากที่สุด ในเวลานี้จะเป็นช่วงฤดูร้อน ของประเทศทางซีกโลกเหนือ และจะเป็นช่วงฤดูหนาว ของประเทศ ทางซีกโลกใต้ มีชื่อเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า Summer Solstice โดยในช่วงเวลานี้เองจะเกิดปรากฏการณ์พระอาทิตย์เที่ยงคืน ขึ้นกับ บางประเทศที่อยู่ ใกล้กับขั้วโลกเหนือ เช่น ประเทศนอร์เวย์ เป็นต้น

5. ประมาณวันที่ 21 กันยายนของทุกปีจะเป็นช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์อยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร ของโลกมากที่สุดอีกครั้งหนึ่ง ดวงอาทิตย์ จะอยู่เหนือขึ้นไปในแนวดิ่งพอดีกับพื้นที่ที่อยู่ ตรงบริเวณแนว เส้นศูนย์สูตร ในช่วงเวลานี้ขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ จะอยู่ห่างจาก ดวงอาทิตย์เท่ากัน และจะเป็น ช่วงเวลาที่กลางวันยาวเท่ากับ กลางคืน เช่นเดียวกับ ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงวันที่ 21 มีนาคม แต่ ในช่วงเวลานี้จะเป็น ศารทวิษุวัต หรือ Autumnal Equinox คือเป็นช่วงเวลาที่ต่างประเทศต่างๆ ทางซีกโลกเหนือ อย่างเข้าสู่ ฤดูใบไม้ร่วง

6. ประมาณวันที่ 21 ธันวาคมของทุกปีบริเวณ ขั้วโลกใต้ จะเอียงเข้าหาดวงอาทิตย์ มากที่สุด ขณะที่แนว เส้นศูนย์สูตร ของโลก จะอยู่ไกล จาก ดวงอาทิตย์มากที่สุดอีกครั้งหนึ่ง ในเวลานี้จะ เป็นช่วงฤดูร้อน ของประเทศทางซีกโลกใต้ และจะเป็นช่วงฤดูหนาว ของประเทศ ทางซีกโลกเหนือ โดยในช่วงเวลานี้จะใกล้เทศกาล คริสต์มาส ซึ่งประเทศที่อยู่บริเวณ ตอนบนของซีกโลกเหนือ จะมีหิมะตก ค่อนข้างมาก มีชื่อเรียก ปรากฏการณ์นี้ว่า Winter Solstice

จากข้อมูลทางภูมิศาสตร์ข้างต้น เมื่อดูจากตำแหน่งทำเลที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของประเทศไทย แล้ว เราสามารถ สรุปประเด็นเกี่ยวกับ ทิศทางของแสงแดดที่มีอิทธิพลต่อบ้านเราในช่วงฤดูกาลต่างๆ ได้เป็นข้อๆ ดังนี้

1. เนื่องจากประเทศไทยตั้งอยู่ในบริเวณที่อยู่เหนือเส้นศูนย์สูตร ทิศทางของแสงแดดตามฤดู กาลจะส่องเฉียงมาจาก ทางทิศใต้ มากกว่าทางทิศเหนือ

2. ช่วงเวลาที่ ดวงอาทิตย์ อยู่ใกล้ เส้นศูนย์สูตร ของขั้วโลกมากที่สุดคืออยู่เหนือขึ้นไปในแนวดิ่ง พอดีกับพื้นที่ที่อยู่ตรงบริเวณ แนวเส้น ศูนย์สูตร ประมาณวันที่ 21-23 มีนาคม และวันที่ 21-23 กันยายนของทุกปี สำหรับประเทศไทยซึ่งอยู่ ค่อนมาทาง ซีกโลกเหนือแล้ว ในช่วงเวลาดังกล่าว จะได้รับอิทธิพลจาก ดวงอาทิตย์ โดย แสงแดด จะส่องเฉียงมาจากทาง ทิศใต้ ทำมุมยอด 14 องศาในตอนเที่ยง

3. ช่วงเวลาที่แสงแดดส่องมาจาก ทางทิศเหนือจะอยู่ระหว่าง ช่วงเดือน พฤษภาคม ถึงเดือน สิงหาคม ของทุกปี เดือนที่แสงแดดส่อง เฉียง มาจากทาง ทิศเหนือ มากที่สุดจะเป็นช่วงเดือน มิถุนายน ประมาณวัน ที่ 21-23 โดยจะทำมุมยอด 9.5 องศาในตอนเที่ยง

4. ช่วงเวลาที่แสงแดดส่องมาทาง ทิศใต้ จะอยู่ระหว่างช่วงเดือน กันยายน ถึงเดือน เมษายน ของปีถัด ไปทุกปี เดือนที่แสงแดดส่อง เฉียง มาจากทาง ทิศใต้ มากที่สุดจะเป็นช่วงเดือน ธันวาคม ประมาณวันที่ 21-23 โดยจะทำมุมยอด 37.5 องศาในตอนเที่ยง

จากข้อสรุปข้างต้นจะเห็นได้ว่า สำหรับบ้านเรานั้น แสงแดดที่ส่องมาจาก ทางทิศเหนือและทิศใต้มี อิทธิพลต่อ การออกแบบบ้าน อยู่มิใช่น้อย เพราะจะมีผลต่อความร้อน ที่เกิดขึ้นในแต่ละห้อง ของบ้านใน ฤดูกาลต่างๆ โดยเฉพาะแสงแดด ที่ส่องมาจาก ทางทิศใต้ จะทำมุม ค่อนข้างต่ำ และส่องอยู่เป็นระยะเวลานาน ฉะนั้นการออกแบบบ้าน โดยคำนึงถึง แสงแดดที่ส่องมาจาก ทิศทางดังกล่าว นอกเหนือไปจาก แสงแดดที่ส่องมาจาก ทางทิศตะวันออกในช่วงเช้าและทิศตะวันตกในช่วงเย็นแล้วจะช่วยให้สามารถออก แบบบ้าน เพื่อป้องกัน ความร้อนจากแสงแดด ที่ส่องมาจากทุกๆ ทิศทางได้ อย่างเหมาะสม ซึ่งหมายถึง จะช่วยให้บ้านอยู่สุขสบายขึ้น ลดการใช้พลังงานและประหยัดค่าใช้จ่ายต่างๆ

 

ทิศทางของลม

บ้าน” ควรจะสร้างเพื่อความสุขตามอัตภาพของผู้อยู่อาศัย และความเป็นมนุษย์คือการได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
ได้สัมผัสธรรมชาติ และได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี ในการออกแบบบ้านสิ่งที่สำคัญในการนำมาพิจารณา ก็มีอยู่หลายประการ ดังนี้

การจัดพื้นที่เป็นสัดส่วน การจัดพื้นที่ภายในบ้านให้เป็นสัดส่วนสามารถลดปัญหาขัดแย้งภายในบ้านได้เช่น การฟังเพลง การดูโทรทัศน์
การทำการบ้าน การนอน การทานอาหาร การทำครัว การสังสรรค์ หรือประหยัดพลังงานเมื่อใช้เครื่องปรับอากาศ หรือป้องกันเสียง และกลิ่นรบกวน หรือป้องกันยุง

แสงธรรมชาติ การจัดให้ทุกพื้นที่ได้รับแสงธรรมชาติ ช่วยสร้างให้เกิดบรรยากาศที่น่า แสงธรรมชาติควรจะมาจาก ส่วนบนของห้อง
จะทำให้การกระจายแสงดี และแสงไม่จ้า ดังนั้น สีของเพดานจึงควรจะเป็นสีออกสว่าง ส่วนสีผนัง หากใช้สีสว่างเกินไปจะจ้า จึงควรคล้ำลงบ้าง

การระบายอากาศ ห้องที่ควรจะใช้หลักการระบายอากาศตามธรรมชาติ ได้แก่ ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องทานอาหาร ห้องพักผ่อน เป็นต้น

การปรับอากาศ ห้องนอนซึ่งเป็นห้องที่คนใช้เวลาอยู่มากที่สุด ใช้เครื่องปรับอากาศกันเป็นส่วนใหญ่ ห้องนอนจึงต้องออกแบบให้มีสภาพของห้องเย็น
คือมีฉนวนป้องกันความร้อนอย่างดี จึงจะใช้เครื่องปรับอากาศเล็กนิดเดียว แล้วจะได้ไม่เปลืองไฟ ตำแหน่งของเครื่องระบายความร้อน ต้องไม่รบกวน และไม่นำความร้อนกลับเข้ามา ส่วนของเครื่องเป่าลมเย็น จะต้องไม่เป่าโดนตัวให้การกระจายลมดี และทำความสะอาดได้ง่าย

การป้องกันเสียง เสียงรบกวนมักจะมาจาก เสียงรบกวนจากข้างบ้าน จากถนน กิจกรรมในบ้าน เครื่องระบายความร้อน ห้องน้ำ ดังนั้น จึงควรป้องกันเสียงจากที่ต่างๆนี้ เช่น การใช้หน้าต่าง ที่ไม่เปิดรับเสียงรบกวนจากภายนอกโดยตรง, การจัดแบ่งพื้นที่การใช้งานให้เป็นสัดส่วน, การกั้นผนังห้องน้ำยันพื้นเพดาน และใช้ประตูทึบ, การกั้นผนังห้อง การตั้งเครื่องระบายความร้อน ไม่ให้เสียงรบกวนบ้านของตัวเอง และบ้านของคนอื่น ออกแบบบ้าน

Copyright ข่าวกีฬาทั่วไป 2021
Tech Nerd theme designed by Siteturner