Bill of Quantities คืออะไร ใช้ทำอะไรบ้าง ไขข้อสงสัยไปกับเรา

Bill of Quantities
Bill of Quantities

Bill of Quantities คืออะไร ใช้ทำอะไรบ้าง ไขข้อสงสัยไปกับเรา เอกสารแสดงราคากลางในการก่อสร้างที่ใช้ในขั้นตอนการหาผู้รับเหมา

ก่อนที่จะทำการก่อสร้าง รายละเอียดด้านในจะเป็นรายการที่แสดงปริมาณงานและราคาวัสดุก่อสร้างที่ถอดมาจากแบบก่อสร้างทั้งหมด  ทั้งจากแบบสถาปัตยกรรม  แบบวิศวกรรมโครงสร้าง และแบบวิศวกรรมงานระบบต่างๆ  ซึ่งจะแยกเป็นหมวดหมู่งานอย่างละเอียด  เช่น  งานเตรียมพื้นที่ งานโครงสร้าง (ฐานราก คาน เสา พื้น และโครงหลังคา) งานมุงหลังคา งานฝ้าเพดาน งานผนัง งานพื้น งานทาสี งานระบบไฟฟ้า งานประปาและสุขาภิบาล เป็นต้น โดยจะแจกแจงเป็นรายการต่างๆ ในแต่ละหมวด  พร้อมทั้งมีการระบุประเภท ขนาด ราคาของวัสดุ ปริมาณหรือพื้นที่ที่ใช้  รวมถึงค่าแรงในแต่ละรายการเอาไว้ด้วย  โดยปกติสถาปนิกจะเป็นผู้จัดทำให้ตามที่ระบุไว้ในสัญญาว่าจ้าง แต่ถ้าหากไม่มีระบุไว้ในสัญญา เราควรจัดหาผู้เชี่ยวชาญให้เป็นผู้จัดทำโดยให้สถาปนิกจะเป็นผู้ช่วยตรวจสอบข้อมูลและความถูกต้องอีกที

ใช้ทำอะไร..?
ใช้ในการประกวดราคาหาผู้รับเหมา  ซึ่งผู้รับเหมาที่เข้าร่วมประกวดราคาจะต้องผ่านเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกในด้านต่างๆ ในขั้นต้นตามที่เรากำหนดไว้แล้ว     BOQ จะเป็นเอกสารสำคัญที่สถาปนิกและเจ้าของโครงการใช้เปรียบเทียบราคาก่อสร้างจากผู้รับเหมาแต่ละรายที่เข้าร่วมการประกวดราคา  โดยผู้รับเหมาจะได้รับ Blank BOQ ซึ่งเป็นเอกสารชุดเดียวกับ BOQ เพียงแต่จะเว้นว่างในช่องราคาค่าวัสดุ ค่าแรง ค่าดำเนินการ กำไร และภาษีไว้ให้กรอก   และเมื่อได้ผู้รับเหมามาสร้างบ้านให้เราแล้ว เอกสารตัวนี้จะเป็นตัวควบคุมและตรวจสอบงบประมาณในการก่อสร้าง  เพราะสามารถเปลี่ยนแปลงปริมาณหรือชนิดวัสดุก่อสร้างที่ระบุเอาไว้ได้  นอกจากนี้หน้าที่สำคัญของ BOQ ยังช่วยคุมการวางแผนซื้อและจัดส่งสินค้าให้ทันตามกำหนดการก่อสร้างอีกด้วย  รับออกแบบบ้าน

 

การเตรียมตัวด้านการเรียน ชีวิตในมหาวิทยาลัยต้องเตรียมตัวยังไง

การเตรียมตัวด้านการเรียน
การเตรียมตัวด้านการเรียน

การเตรียมตัวด้านการเรียน ชีวิตในมหาวิทยาลัยต้องเตรียมตัวยังไง แล้วฝึกงานในสำนักงานสถาปนิก หรือศึกษาต่อเพื่อให้ได้ปริญญา

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์เป็นหลักสูตรการศึกษาที่เน้นการประยุกต์วิชาการพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกับวิชาการด้านศิลปวัฒนธรรม และวิทยาการจัดการ เพื่อให้กระบวนการสร้างสรรค์งานสถาปัตยกรรมมีความทันสมัยสอดคล้องกับสังคมยุคใหม่ พร้อมกับสืบสานและพัฒนาศิลปวัฒนธรรมของชาติ ผ่านกระบวนการจัดการที่มีประสิทธิภาพ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ได้สภาพแวดล้อมและคุณภาพชีวิตที่มีคุณค่าสำหรับมวลมนุษย์ หลักสูตรนี้ต้องการเตรียมความพร้อมทางวิชาการดังกล่าวแก่ผู้ที่จะพัฒนาตัวเองเป็นสถาปนิกต่อไป โดยมุ่งเน้นให้บัณฑิตเป็นผู้ใฝ่รู้ พร้อมที่จะเรียนรู้ และพัฒนาตนเองด้วยปัญญา คุณธรรมและจริยธรรม มีความคิดที่เชื่อมโยง ตระหนักและมีความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม

1.สาขาวิชาสถาปัตยกรรม ศึกษาการออกแบบสถาปัตยกรรมโดยคำนึงถึงสภาวะแวดล้อมการใช้วัสดุ วิธีการก่อสร้าง และความรู้ทางสาขาวิชาวิศวกรรมที่เกี่ยวข้อง คำนึงสภาพเศรษฐกิจ สังคม และศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนความงาม และความเป็นระเบียบเรียบร้อยทั้งส่วนของโครงการที่ปฏิบัติ และผลกระทบต่อส่วน รวม ทั้งนี้จะเน้นปัจเจกภาพเฉพาะบุคคลเป็นสำคัญ

2.สาขาวิชาสถาปัตยกรรมไทย ศึกษาการออกแบบสถาปัตยกรรมไทย และศึกษาแหล่งที่มาอิทธิพลขององค์ประกอบสถาปัตยกรรมไทยศึกษา และฝึกหัดเขียนลายไทยชนิดต่าง ๆตั้งแต่ง่ายไปจนถึงการบบรจุลายลงบนส่วนประกอบสถาปัตยกรรม ให้ถูกต้องตามหน้าที่ และสามารถออกแบบสถาปัตยกรรมไทยให้เหมาะสมกับสภาพท้องถิ่นและสังคม ปัจจุบัน

3. สาขาวิชาการปัตยกรรมภายใน เป็นศาสตร์ที่ประสานกันระหว่างงานสถาปัตยกรรม และงานออกแบบภายใน เป็นวิชาชีพทางด้านการออกแบบที่เกี่ยวข้องกับงานสถาปัตยกรรม ซึ่งเน้นการจัดที่ว่างภายในอาคารเพื่อประโยชน์ใช้สอย และความงามโดยคำนึงถึงสภาพแวดล้อมวัสดุ และเทคโนโลยีในการก่อสร้างความรู้ทาง วิศกรรมที่เกี่ยวข้อง การประหยัดพลังงานและทรัพยากร สภาพเศรษฐกิจ สังคม และศิลปวัฒนธรรม เพื่อให้การใช้สอยภายในอาคารเกิดสภาพแวดล้อมที่ดี มีคุณภาพเหมาะสมแก่ผู้ใช้ อาคารทั้งด้านร่างกาย

4. สาขาวิชาการออกแบบอุตสาหกรรม เน้นหนักการออกแบบ 5 สาขา คือ การออกแบบผลิตภัณฑ์ การออกแบบตกแต่งภายใน การออกแบบเลขะนิเทศ การออกแบบเครื่องเคลือบดินเผา และการออกแบบสิ่งทอ โดยจะต้องศึกษาพื้นฐานทั้ง 5 สาขา แล้วเลือกเน้นสาขาที่ตนถนัด และทำวิทยานิพนธ์ในสาขานั้น

5. สาขาวิชาภูมิสถาปัตยกรรม เน้นหนักด้านการปรุงแต่งสิ่งแวดล้อมของมนุษย์ และธรรมชาติให้มีความสมดุลซึ่ง กันและกัน ศึกษาด้านสุนทรียภาพและการใช้สอยของเมืองและที่อยู่อาศัยของมนุษย์ รวมถึงออกแบบสวนสาธารณะ สวนสัตว์ การอนุรักษ์ธรรมชาติ ป่า ต้นน้ำ ตลอดจนการอนุรักษ์โบราณสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์

(ที่จุฬา) การเรียนในปีที่ 1  ทุกภาคจะเรียนวิชาพื้นฐานร่วมกันก่อน เช่นวิชาประวัติศาสตร์ศิลป์ พื้นฐานการออกแบบ ภาษาอังกฤษ อาจจะมีบางวิชาที่เรียนเฉพาะภาคบ้าง ต่อมาเทอม 2 ของปีแรก ภาคผังเมืองจะแยกไปเรียนวิชาของตัวเองแล้ว (เรียกว่า แยกไปก่อนเพื่อนเลย) ภาคอื่นๆจะได้เริ่มออกแบบบ้านกัน ส่วน สถ.ไทย จะเรียนวิชาการออกแบบของภาคตัวเอง

ปี 2 เทอมแรกภาคที่เหลือจะยังเรียนรวมกันอยู่ ยังคงทำบ้านกัน ส่วนออกแบบอุตสาหกรรมจะเริ่มไปเรียนวิชาภาคกันมากขึ้น มีการปั้นเซรามิคกันสนุกสนาน ต่อมาเทอมหลังเพื่อนๆภูมิสถาปัตยกรรมก็จะไปเรียนวิชาออกแบบของเค้าเอง ออกแบบบริเวณและจัดต้นไม้ สถ.ไทย ก็เรียนของตัวเองอยู่แล้ว ส่วน สถาปัตย์ กับ สถาปัตย์ภายในก็ยังเรียนเหมือนกันอยู่ จะเริ่มทำอาคารสาธารณะเล็กๆ ส่วนออกแบบอุตสาหกรรมก็จะแยกไปเรียนวิชาของภาคเค้าเองอย่างเต็มตัว ทั้งกราฟิค ออกแบบภายใน และสิ่งทอ

ปี3 ภาคสถาปัตย์กะสถาปัตย์ภายในยังเรียนด้วยกันอยู่ แต่สถาปัตย์ภายใน จะเริ่มเรียนวิชาของภาค และจะแยกไปในตอนปี 4 ดังนั้นทุกภาคก็จะเรียนวิชาของตัวเอง ถึงตอนนั้นก็จะมีสกิลมากขึ้น ขยันมากขึ้น รู้อะไรๆมากขึ้น และต้องเตรียมพร้อมเพื่อไปฝีกงานก่อนจะขึ้นปี 5 และในปี 5 ทุกคนก็จะได้ทำทีสิส (วิทยานิพนธ์) คนละชิ้น ซึ่งหากผ่านไปได้ด้วยดี ก็จะเรียนจบรับปริญญามาให้พ่อแม่ได้ชื่นใจ

การปรับตัวเมื่อเข้ามาเรียนในคณะ อย่างที่สำคัญที่สุดคือ เราต้องขยันขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคณะไหน มหาลัยไหนก็ตาม เพราะอาจารย์ท่านจะถือว่าเราโตแล้ว ควรจะมีความรับผิดชอบต่อตัวเองได้แล้ว อย่างที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากันคือ ถ้าเรียนคณะนี้แล้ว ควรจะรับได้กับการอดนอน เพราะงานเราเยอะจริงๆ และต้องรู้จักการแบ่งเวลาให้ดี

การเรียนมหาวิทยาลัยให้ได้ผลดีนั้นจะต้องมีทั้งการเรียนที่ดีและการทำกิจกรรมที่เหมาะสม ถ้าเรียนอย่างเดียว เราอาจขาดทักษะทางการเข้าสังคม ซึ่งเป็นสิ่งที่เราจะต้องการแน่นอนเมื่อเราเรียนจบไปและต้องทำงานเลี้ยงครอบครัว แต่หากทำกิจกรรมมากไปจนลืมเรื่องเรียนบางทีเราอาจจะ เรียนไม่จบก็ได้ ส่วนสังคมในคณะ พี่ๆน้องๆก็จะมีการช่วยเหลือกันอบอุ่นน่ารักดี มีกิจกรรมให้เราได้มารวมกันอยู่เสมอ เรียกว่าพลาดไม่ได้เลยซักงานละ กิจกรรมอาจจะต่างกันไปในแต่ละมหาลัย แต่ก็สนุกไม่แพ้กันเลย รับออกแบบบ้าน

สถาปนิกมากไอเดีย ที่คำนึงถึงการใช้งานตามไลฟ์สไตล์ของเจ้าของบ้าน

สถาปนิกมากไอเดีย
สถาปนิกมากไอเดีย

สถาปนิกมากไอเดีย ที่คำนึงถึงการใช้งานตามไลฟ์สไตล์ของเจ้าของบ้าน ทิศทางของแสงแดด ทิศทางลม เพื่อให้บ้านท่านเย็นสบายและสวยงามทันสมัย กว่าไคร

เทคนิคการ ออกแบบบ้าน ให้สวยงาม และเย็นสบายนั้น สำคัญอยู่ที่การเข้าใจตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ของสถานที่นั้น การจัดวางตำแหน่งบ้านตามทิศทางของแสงแดด และต้องเข้าใจไลฟ์สไตล์ ชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี รวมถึงต้องศึกษาพฤติกรรมโดยละเอียดของเจ้าของบ้าน ว่าทำงานอะไร(จะได้ทราบช่วงเวลาที่อยู่บ้าน), มีเพื่อนหรือลูกค้ามาเยี่ยมบ้านบ่อยหรือไม่(จะได้จัดส่วนต้อนรับให้ใหญ่ขึ้นและสะดวกต่อการต้อนรับ), กลับถึงบ้านเมื่อไหร่(ได้รู้ช่วงเวลาที่อยู่บ้าน), มีเด็กๆไหม(จะได้จัดส่วนกิจกรรมเด็กและพื้นที่ๆเหมาะสม ปลอดภัย), มีกิจกรรมร่วมกันระหว่างครอบครัวหรือไม่ ถ้ามีจะเป็นช่วงกี่โมง(เพื่อจัดหาทิศทางที่ไม่โดนแสงแดดในช่วงเวลากลางวัน), ชอบทำกิจกรรมส่วนใดของบ้าน(เพื่อการจัดวางทิศทางของตัวบ้าน) เป็นต้น นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นเอง จริงๆแล้วยังมีรายละเอียดปลีกย่อย ที่ต้องศึกษาพฤติกรรมของเจ้าของบ้านอีกมากมาย เพื่อให้การจัดวางและออกแบบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด แล้วจึงค่อยไปใส่ไอเดียความสวยงามหลังจากขั้นตอนนี้อีกครั้งหนึ่ง

วันนี้จะนำตัวอย่างการจัดวางตำแหน่งบ้านและการกำหนดทิศทางของลมเข้าออก ที่เป็นปัจจัยพื้นฐานของการออกแบบบ้าน มาให้ท่านได้รับชม ซึ่งขั้นตอนนี้อยู่ที่ การที่ต้องเข้าใจเป็นอย่างดีของสถาปนิกที่มีประสบการณ์และความใส่ใจในรายละเอียดปลีกย่อยด้วย ส่วนไอเดียการจัดวางฟังชั่นและการใช้งานต่างๆให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และความสวยงามนั้น ขึ้นอยู่กับพรสวรรค์ของสถาปนิกโดยตรง เหมือนเช่นภาพวาดของศิลปินต่างๆที่นอกจากการที่ต้องวาดภาพเป็นแล้วยังต้องมีความสวยงามและความหมายดีอีกด้วย อันจะวัดผลมาจากราคาของภาพวาดนั้น นั่นเอง รับออกแบบบ้าน

ออกแบบบ้านฟรี จากบริษัทรับสร้างบ้าน ฟรีจริงหรือแค่คำโฆษณา

ออกแบบบ้านฟรี
ออกแบบบ้านฟรี

ออกแบบบ้านฟรี จากบริษัทรับสร้างบ้าน ฟรีจริงหรือแค่คำโฆษณา ปัจจุบันหลาย ๆ บริษัทรับสร้างบ้าน หรือแม้แต่บริษัทที่รับออกแบบและรับสร้างบ้านด้วย มักนิยมใช้โปรโมชั่น “หากสร้างกับเรา ฟรีค่าออกแบบ” ส่งผลให้เจ้าของบ้านเห็นแล้วรู้สึกตื่นตาตื่นใจ เพราะอย่างน้อย ๆ ก็ได้แบบบ้านมาใช้งานฟรี หากเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายเบื้องต้นแล้วเป็นเรื่องที่ประหยัดกว่าแน่นอน เนื้อหาชุดนี้ผู้เขียนเองไม่ขอออกความเห็นแบบชัด ๆ แต่ต้องการให้ข้อมูลเพื่อให้ผู้อ่านนำไปวิเคราะห์กันว่า คำว่าฟรีในที่นี้ ฟรีจริง ๆ หรือเป็นแค่คำโฆษณา

ก่อนอื่นต้องขอเล่ารายละเอียดการทำงานกันเบื้องต้นครับ เพื่อให้ผู้อ่านได้ทราบกระบวนการออกแบบว่าต้องมีกระบวนการอย่างไรบ้าง เริ่มจากบทบาทของบุคลากรแต่ละตำแหน่งที่จำเป็นต้องมี ซึ่งแต่ละตำแหน่งมีความเชี่ยวชาญในวิชาชีพที่แตกต่างกัน เริ่มต้นจาก

ผู้จัดการงานออกแบบ

ทำหน้าที่พูดคุยกับเจ้าของบ้าน เพื่อเสาะหาความต้องการ ตีโจทย์ให้ได้ว่าลูกค้าต้องการอะไร ผู้จัดการงานออกแบบอาจเป็นสถาปนิกหรือไม่เป็นก็ได้ แต่ควรมีองค์ความรู้ด้านออกแบบพื้นฐานอยู่บ้าง เพื่อที่จะได้นำเสนอให้เจ้าของบ้านได้เข้าใจงานออกแบบ ที่สำคัญคือทักษะการพูดคุย มนุษย์สัมพันธ์ และการตีโจทย์ เพื่อมอบหมายงานต่อให้กับสถาปนิกได้ หรือหากเป็นหน่วยงานเล็ก ๆ อย่างเช่นสถาปนิกฟรีแลนซ์ สถาปนิกอาจเป็นผู้จัดการงานออกแบบด้วยตนเอง

สถาปนิก

ทำหน้าที่วิเคราะห์โจทย์งานจากผู้จัดการงานออกแบบ จากนั้นออกแบบงานตามที่ได้รับมอบหมายตามหลักวิชาชีพสถาปัตยกรรม ทั้งการจัดวางผัง พื้นที่ใช้งานต่าง ๆ รูปทรง ดีไซน์ของบ้าน เพื่อให้บ้านตรงของเราอยู่อาศัยสบาย เหมาะกับสภาพภูมิอากาศ โดยการออกแบบนี้จะต้องอิงกับ พรบ.ควบคุมอาคาร เพื่อให้สามารถขออนุญาตก่อสร้างได้

วิศวกร

เมื่อสถาปนิกออกแบบแล้ว ส่งงานต่อให้กับวิศวกร เพื่อออกแบบและคำนวณโครงสร้างอาคาร รวมทั้งระบบสุขาภิบาล, ระบบไฟฟ้า บ้านจะมั่นคงปลอดภัยแค่ไหนก็อยู่ที่วิศวกรนี่หละครับ หากเป็นงานออกแบบที่แปลกใหม่ วิศวกรและสถาปนิกจะทำงานไปพร้อม ๆ กัน เพื่อสามารถตรวจเช็คได้ว่า งานที่สถาปนิกออกแบบมานั้น สามารถสร้างจริงได้มากน้อยแค่ไหน

นักเขียนแบบ

ทำหน้าที่เขียนรายละเอียดแบบบ้านตามที่สถาปนิกได้ออกแบบมา กระทั่งออกมาเป็นแบบบ้านเพื่อใช้ขออนุญาตและใช้ในการก่อสร้าง

นี่เป็นเพียงบุคคลากรขั้นพื้นฐานสำหรับงานออกแบบบ้านทั่วไปนะครับ บ้านแต่ละหลังใช้ระยะเวลาออกแบบไม่ต่ำกว่า 3-4 เดือน หรือมากกว่านั้นขึ้นอยู่กับขนาด รายละเอียดความยากง่าย และหากเจ้าของบ้านปรับแก้แบบก็อาจส่งผลกับระยะเวลาที่มากขึ้นตาม หากเราคำนวณค่าจ้างบุคคลากรแต่ละตำแหน่ง เอาแบบง่าย ๆ เฉลี่ยเพียงคนละ 15,000 บาท รวม 4 คนเท่ากับ 60,000 บาท ใช้ระยะเวลาทั้งหมด 3 เดือน แต่ผู้เขียนขอตัดออก  50% เหลือเพียง 1.5 เดือน เพราะในความเป็นจริงแล้ว การทำงานอาจทำสลับไปมาร่วมกับงานอื่น ๆ ได้

รวมค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างบุคคลากรสำหรับออกแบบบ้าน ประมาณ 90,000 บาท ต่อบ้านหนึ่งหลัง ตัวอย่างนี้เฉพาะบ้านทั่วไปประมาณ 200-300 ตร.ม. เท่านั้นนะครับ หากใหญ่กว่านี้ยิ่งต้องใช้เวลามากขึ้นตามลำดับ จึงอยากให้คิดทบทวนถึงความเป็นจริงกันว่า หากออกแบบฟรีจริง ๆ นั้น เป็นไปได้หรือไม่ และหากฟรีจริง ๆ ค่าใช้จ่ายส่วนนี้บริษัทรับสร้างบ้านจะเอาเงินส่วนไหนมาทดแทนให้กับพนักงาน ?

อีกจุดที่ผู้เขียนอยากให้เจ้าของบ้านระมัดระวัง นั่นคือค่าใช้จ่ายในการสร้างบ้าน หากผู้สร้างเป็นผู้ออกแบบเอง ข้อเสียคือ เจ้าของบ้านจะไม่มีโอกาสได้เปรียบเทียบราคากับผู้รับเหมารายอื่น ๆ จึงไม่อาจทราบได้ว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่ตรงกับเกณฑ์ปกติหรือแพงกว่าปกติกันแน่ เนื้อหาชุดนี้เขียนขึ้นมาเพื่ออยากให้เจ้าของบ้านได้ฉุกคิดกันสักนิด บางอย่างดูเหมือนจะถูกลงแต่กลับแพง บางอย่างอาจดูเหมือนแพง แต่ประหยัดกว่า รับออกแบบบ้าน

สร้างบ้านใหม่ต้องใช้บริการสถาปนิก/วิศวกร เสมอไปหรือไม่

สร้างบ้านใหม่ต้องใช้บริการสถาปนิก
สร้างบ้านใหม่ต้องใช้บริการสถาปนิก

สร้างบ้านใหม่ต้องใช้บริการสถาปนิก/วิศวกร เสมอไปหรือไม่การลงทุนสร้างบ้านเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องใช้งบประมาณมาก และเจ้าของบ้านต้องอาศัยอยู่ในบ้านนั้นอีกหลายปี การใช้บริการสถาปนิก และวิศวกร มีความจำเป็นมากน้อยเพียงใดทั้งในแง่กฎหมาย และในแง่วิชาชีพการจะสร้างบ้านแต่ละหลังไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เนื่องจากเป็นงานที่ต้องใช้ทั้งงบประมาณ ความคิด แรงงาน และระยะเวลาอย่างมาก หลายๆ ท่านที่คิดอยากจะมีบ้านอาจจะมีคำถามว่า ในการสร้างบ้านจำเป็นที่จะต้องใช้บริการสถาปนิก และ/หรือ วิศวกร เสมอไปหรือไม่
หากว่ากันตามกฎหมาย การจะก่อสร้างอาคารใดๆ จำเป็นที่จะต้องยื่นขออนุญาตก่อสร้างจากหน่วยงานราชการ เช่น สำนักงานเขตเขต หรือองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) โดยอาคารที่จะต้องมีสถาปนิกและวิศวกรลงนามรับรองแบบ เรียกว่าอาคารควบคุม แต่ไม่ใช่ทุกอาคารจะเป็นอาคารควบคุม โดยพระราชบัญญัติวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม บัญญัติไว้ว่า งานออกแบบเป็นงานวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม ยกเว้นอาคารที่พักอาศัยส่วนบุคคลพื้นที่รวมกันไม่เกิน 150 ตารางเมตร หรืออาคารเพื่อการเกษตรพื้นที่ไม่เกิน 400 ตารางเมตร ส่วนกฎกระทรวงกำหนดวิชาชีพวิศวกรรม บัญญัติไว้ว่า อาคารที่เข้าข่ายเป็นอาคารควบคุม ต้องมีวิศวกรผู้ออกแบบ และควบคุมงานก่อสร้าง ต้องมีลักษณะคือ

1. เป็นอาคารสูงตั้งแต่ 3 ชั้น ขึ้นไป หรือโครงสร้างของอาคาร ชั้นใดชั้นหนึ่งสูงตั้งแต่ 4 เมตร หรือมีช่วงคานตั้งแต่ 5 เมตร ขึ้นไป
2. อาคารสาธารณะทุกชนิด
3. โครงสร้างใต้ดินที่มีความลึกตั้งแต่ 1.5 เมตร

ดังนั้นแล้ว อาคารที่ไม่เข้าข่ายดังกล่าว ไม่เป็นอาคารควบคุม ไม่จำเป็นต้องมีสถาปนิกและวิศวกรลงนามรับรองแบบและควบคุมงานก่อสร้าง เช่นการก่อสร้างบ้านหลังเล็กๆ พื้นที่ไม่เกิน 150 ตารางเมตร สูง 2 ชั้น ช่วงคานไม่ถึง 5 เมตร เจ้าของบ้านสามารถสร้างเอง หรือจ้างผู้รับเหมาสร้าง โดยเจ้าของบ้านลงนามเป็นผู้ควบคุมงานก่อสร้างเองได้ โดยก่อนการก่อสร้างต้องยื่นขออนุญาตโดยแนบแผนผังบริเวณแสดงแนวที่ดิน แปลนพื้นชั้นล่าง และที่ตั้งของอาคารโดยสังเขปเท่านั้น ในขณะที่ถ้าเป็นอาคารควบคุม ต้องยื่นแบบแปลน รายการประกอบแบบ และรายการคำนวณ ที่มีการลงนามรับรองโดยสถาปนิกและวิศวกรเท่านั้น
แบบบ้านฟรีต่างๆ ที่มีแจกกันทั่วไป หากมีพื้นที่ของบ้านเกิน 150 ตารางเมตร ก็ต้องว่าจ้างให้สถาปนิกและวิศวกรที่มีใบประกอบวิชาชีพทำการตรวจสอบ และทำเอกสารเพิ่มเติม เช่น แบบโครงสร้างพร้อมรายการคำนวณ แบบระบบสุขาภิบาล แบบระบบไฟฟ้า และรายการประกอบแบบ แบบพร้อมลงนามเพื่อยื่นขออนุญาตก่อสร้าง
นอกจากความสำคัญของสถาปนิกและวิศวกรในการลงนามรับรองแบบแล้ว หากไม่พิจารณาถึงประเด็นทางกฎหมายที่อาคารควบคุมจะต้องมีสถาปนิก และวิศวกรลงนามรับรองแบบ การใช้บริการสถาปนิก และวิศวกร ซึ่งเป็นวิชาชีพควบคุม เช่นเดียวกับ แพทย์ หรือทนาย ที่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ก็ยังคงมีความสำคัญ
การว่าจ้างวิศวกรในการออกแบบก็เพื่อ ความมั่นคง แข็งแรง และปลอดภัยของตัวอาคาร ซึ่งเป็นการลงทุนเพื่อความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของตัวท่านเอง ส่วนการว่าจ้างสถาปนิกในการออกแบบ ก็เพื่อให้ได้บ้านที่อยู่สบาย เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่มีความเฉพาะในแต่ละที่ดิน และเพื่อให้บ้านมีเอกลักษณ์ สอดคล้องกับวิถีชีวิตเฉพาะตัวของผู้อยู่อาศัยอย่างแท้จริง
การว่าจ้างผู้รับเหมา โดยไม่จ้างสถาปนิก และ/หรือวิศวกร และจะควบคุมงานก่อสร้างเองนั้นมีความเสี่ยงอยู่หลายประการ เช่น กรณีที่ร้ายแรงที่สุดคือบ้านอาจจะไม่มีความแข็งแรงปลอดภัย จากการที่ผู้รับเหมาขาดความรู้และประสบการณ์ รวมถึงอาจจะมีการหมกเม็ดทำงานไม่เรียบร้อยสมบูรณ์โดยที่เจ้าของบ้านไม่สามารถตรวจสอบได้เอง หรือกรณีไม่ร้ายแรงแต่อาจจะเป็นปัญหาจุกจิกในระยะยาว เช่น น้ำรั่ว บ้านร้าว ผนังฉาบไม่ตรง และบ้านขาดรายละเอียดทางสถาปัตยกรรมต่างๆ ที่ต้องมีสถาปนิกออกแบบ เช่น แนวกระเบื้อง ขอบ มุม การเชื่อมต่อกันของวัสดุต่างๆ ให้มีทั้งความงาม และประโยชน์ใช้สอย

นอกจากนี้การที่เอาแบบบ้านให้ผู้รับเหมาคิดราคา ท่านจะไม่รู้เลยว่าผู้รับเหมาเสนอราคาแพงเกินจริงไปมากเท่าใด แต่หากมีการว่าจ้างสถาปนิกและวิศวกรออกแบบก่อนแล้ว ในขั้นตอนการทำแบบก่อสร้างจะมีการคิดราคากลางของค่าก่อสร้างอย่างละเอียด (BOQ) เพื่อให้เจ้าของบ้านสามารถนำไปเปรียบเทียบกับราคาที่ผู้รับเหมารายต่างๆ เสนอมา ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกผู้รับเหมา ซึ่งบางครั้งส่วนต่างที่โดนผู้รับเหมาโก่งราคาอาจจะมากกว่าค่าจ้างสถาปนิกและวิศวกรด้วยซ้ำ
การว่าจ้างบริษัทรับสร้างบ้าน เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้ที่คิดจะสร้างบ้าน เนื่องจากสามารถคุมงบประมาณได้แน่นอน แต่ทั้งนี้ต้องเลือกบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือ และมีผลงานที่ดี บริษัทประเภทนี้จะมีทั้งวิศวกร และสถาปนิกอยู่ในบริษัท สามารถให้คำปรึกษา ออกแบบ ก่อสร้างครบวงจร แต่แบบบ้านจะมีให้เลือกจำกัด โดยสามารถปรับเปลี่ยนได้บ้าง จะไม่เหมือนกับการจ้างสถาปนิกออกแบบที่จะมีความอิสระมากกว่า
การสร้างบ้านเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งในชีวิต ในช่วงชีวิตหนึ่งเราอาจจะได้สร้างบ้านไม่กี่ครั้ง และยังต้องอยู่ในบ้านนั้นไปอีกหลายปี หรืออาจจะทั้งชีวิต อีกทั้งอาจต้องใช้เงินเก็บทั้งชีวิตมาลงทุน หรือกู้เงินยาวนาน 20-30 ปี ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่คุ้มค่าที่จะใช้บริการสถาปนิก และวิศวกร ผู้มีความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ในการออกแบบก่อสร้างบ้านมากกว่าเรา เป็นผู้ช่วยจัดการดูแลเรื่องทุกอย่างให้ราบรื่น เพื่อให้ได้บ้านที่แข็งแรง ปลอดภัย อยู่สบาย สมดังที่ตั้งใจ รับออกแบบบ้าน

 

5 ร้านของแต่งบ้านสวยๆ มีสไตล์ในไอจี แต่ละร้านก็มีแต่สินค้ายั่วยวนหัวใจ

5 ร้านของแต่งบ้านสวยๆ
5 ร้านของแต่งบ้านสวยๆ

5 ร้านของแต่งบ้านสวยๆ มีสไตล์ในไอจี แต่ละร้านก็มีแต่สินค้ายั่วยวนหัวใจ จนต้องรีบ CF ไปตกแต่งบ้านในช่วงกักตัวนี้กันแน่นอน ในอินสตาแกรมตอนนี้มีร้านค้าออนไลน์เยอะแยะมากมายชนิดที่ว่าเป็นแหล่งของแต่งบ้านเก๋ๆ เหมาะกับการช้อปปิ้งเป็นที่สุด

1. ร้าน 23rd.woodwork

ร้านแรกทีเราอยากแนะนำก็คือ 23rd.woodwork ใครที่ชอบบ้านเรียบๆ สตล์ญี่ปุ่นต้องรีบปติดตามเฟอร์นิเจอร์จักสานร้านนี

ด่วนๆ เลย เพราะของแต่ละชิ้นที่เขาเลือกมาขายในร้านส่วนใหญ่จะเป็นงานหวายจากฝีมือช่างที่เชียงใหม่ไม่ว่าจะเป็น โต๊ะ เก้าอี้ ตู้ลิ้น

ชัก เก้าอี้หมุนแบบญี่ปุ่น หรือตะกร้าที่เหมาะสอยมาใส่กระถางต้นไม้แต่งท้อง ทุกชิ้นล้วนเป็นงานจักสานที่จะเดิมผู้ดอบอุ่นให้ท้อง

เราขึ้นอย่างแน่นอน

Instagram : 23rd.woodwork

Facebook : https://www.facebook.com/23RD.Woodwork

 

2. ร้าน lucky13thfleamarket

ช่วงกักตัวอยู่บ้านนี้มาเพิ่มดีเทลความอบอุ่นให้กับท้องครัวของเราด้วยสินค้าจากร้าน /ucky 13thfleamarket กันเถอะ บอกเลยว่า

ของในร้านเต็มไปด้วยไอเท็มน่าใช้ไม่ว่าจะเป็น จาน ชาม ช้อน ส้อม ลวดลายน่ารักน่าหยิบ ไม่ว่าจะนำไปตกแต่งห้องครัวหรือ

เคาน์เตอร์ร้านค้าก็ได้ทั้งนั้น นอกจากนี้ทางร้านยังเบิดพรีออเดอร์หม้อและเตาอบ ricopa แบรนด์ญี่ปุ่นในราคาจับต้องได้ด้วยนะ

ใครที่สนุกับการเข้าครัวในช่วงนี้อยู่ล่ะก็ห้ามพลาดร้านนี้เด็ดขาด!

Instagram : lucky 13thfleamarket

Line@:@lucky13th

 

3. ร้าน moon__theory

ใครที่รู้ตัวว่าเป็นสายกุ๊กกิ๊กจะต้องกดเลิพร้านนี้รัวๆ เพราะร้าน moon_ theory เต็มไปด้วยของใช้ของแต่งบ้านวินเทจสุดแสนน่ารัก

ไม่ว่าจะเป็น จาน ชาม แก้วน้ำ ผ้า โปสเตอร์ กระจก กรอบรูปไว้เอาไปตั้งโซว์บนตู้หนังสือ หรือพวกเฟอร์นิเจอร์ ไปจนถึงตระกร้า

ถาดหวายเอาไว้วางรีโมท กุญแจ และเครื่องประดับชิ้นเล็กๆไม่ว่าจะแต่งท้องสไตล์ไหน ลองเลือกของแต่งบ้านชิ้นเล็กๆ จากร้านนี้

ไปใส่ในห้อง เราว่าช่วยเพิ่มเสน่ห์ได้ไม่น้อยเลยล่ะ

Instagram : moon_theory

 

4. ร้าน littlehome.studio

ถึงเวลาเคลียร์ของไม่จำเป็นแล้วจัดระเบียบในบ้านกันบ้างแล้ว เราชอบข้าวของในร้าน /ittehome.studio มากๆ เพราะเขามักจะ

เลือกสินค้าสไตล์มินิมอลที่ใช้งานได้จริง ประหยัดพื้นที่ มาล่อตาล่อใจเราเยอะสุด ๆ ซึ่งตอบโจทย์ทั้งคนที่อยู่บ้านและคอนโดเลยนะ

ไม่ว่าจะเป็น ขวดใส่สบู่เหลว กล่องจัดระเบียบ ตะกร้ากรองระบายน้ำมีฝาครอบกันฝุ่นกันแมลง กระทะก้นลึกเคลือบแร่ Maifan

stone ไม่ติดกระทะ ใช้ได้กับทุกเตา โดยสินค้าจะมีทั้งพร้อมส่งและพรีออเดอร์เลย หากอยากรู้ว่าจะมีไอเทมน่ารักน่าซื้อขนาดไหน

ลองตามไปดูได้เลย

Instagram : littlehome.studio

Line : nav.cx/iNuh9q0

 

5. ร้าน angkanita_brand

แนะนำร้านเฟอร์นิเจอร์ไปบางส่วนแล้ว ย้ายมาทางฝั่งพวกเครื่องหอมตกแต่งบ้านกันบ้างดีกว่า สำหรับร้าน angkanita_brand จะ

น้นเป็นของตกแต่งบ้านจำพวกสบู่ เทียนหอมโฮมเมดสีสันสดสพร้อมกิมมิกลวดลายเก๋ๆ มากมาย ทั้งเทียนหอมรูปผลไม้ ดอกไม้

พระจันทร์ คิวปิด และขนมต่างๆห้เลือกไปวางตกแต่งเป็นพร็อพคิวท์ ๆ กันด้วย ส่วนราคาก็ต้องบอกเลยว่าน่ารักไม่แพ้ของเลยล่ะ

Instagram : angkanita_brand

LINE@: @angkanita

รับออกแบบบ้าน

พื้นฐาน ที่ควรรู้ก่อนคิดจะสร้างบ้านมีอะไรบ้าง รายละเอียดหลักๆ

พื้นฐาน
พื้นฐาน

พื้นฐาน ที่ควรรู้ก่อนคิดจะสร้างบ้านมีอะไรบ้าง รายละเอียดหลักๆ ที่จะทำให้ได้บ้านที่ทั้งสวยและมั่นคงปลอดภัยก็น่าจะพอแล้ว พื้นฐานที่ควรรู้ก่อนคิดจะสร้างบ้านมีอะไรบ้าง

พื้นฐานของการสร้างบ้าน หรือหากจะสร้างบ้านเราควรรู้หรือทราบเรื่องอะไรบ้างครับ คนที่ปลูกสร้างบ้านเองมักมีปัญหายุ่งยากชวนให้ปวด เพราะนับแต่เริ่มสร้างบ้านก็เริ่มเกิดปัญหาเป็นทุกข์ตั้งแต่เริ่มหาคนเขียน แบบบ้าน หาผู้รับจ้าง หาคนคุมงานที่ไว้ใจได้ เมื่อเริ่มทำการก่อสร้างก็มีปัญหาการเลือกซื้อวัสดุก่อสร้างที่ได้มาตรฐาน มีการเปลี่ยนแปลงแบบก่อสร้างเพราะเปลี่ยนแปลงความต้องการในการใช้งาน มีปัญหากับเพื่อนบ้านข้างเคียง ท้ายที่สุดการก่อสร้างบานปลายเสียทั้งเงินและเวลา แต่จริงๆ แล้วการสร้างบ้านของตนเองนี้ไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องการก่อสร้างทั้งหมดก็ได้ ขอเพียงทราบรายละเอียดหลักๆ ที่จะทำให้ได้บ้านที่ทั้งสวยและมั่นคงปลอดภัยก็น่าจะพอแล้ว

เมื่อต้องการสร้างบ้านอย่างแรกที่ต้องมีคือแบบบ้านโดยให้สถาปนิกออกแบบหรือซื้อแบบบ้านสำเร็จรูปที่มีขายอยู่ทั่วไป ราคาค่า (ออก) แบบบ้าน ราคาประมาณ 3-5% ของราคาค่าก่อสร้าง ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายของสถาปนิก วิศวกรโครงสร้างหรือวิศวกรงานระบบผู้เขียนแบบ และค่าพิมพ์แบบดังนั้นหากเป็นแบบบ้านสำเร็จรูปราคาจะถูกกว่า เพราะสามารถขายได้หลายครั้งในการออกแบบครั้งเดียว แต่แบบบ้านสำเร็จรูปอาจไม่ได้รูปแบบการใช้งานตามที่ต้องการเหมือนการให้สถาปนิกออกแบบ

แบบบ้านจะประกอบด้วย แบบแปลนของผังบริเวณบ้าน แบบแปลนของชั้นต่างๆทุกชั้น จนถึงหลังคา รูปด้านทุกด้าน รูปตัดของตัวบ้านอย่างต่ำ 2 แนว ถ้าเป็นบ้านที่พื้นที่ค่อนข้างมากต้องมีรูปตัดมากกว่า 2 แนว นอกจากนี้ต้องมีแบบรายละเอียดของส่วนต่างๆของบ้านเพื่อเป็นแบบขยายสำหรับการทำงาน ได้แก่ แบบรายละเอียดของประตู หน้าต่าง สุขภัณฑ์ แบบงานตกแต่งส่วนต่างๆ ของตัวบ้าน เช่น ราวบันได ลูกขั้นบันได บัวหรือคิ้วรอบผนังบ้าน ชายหลังคา เป็นต้น แบบของโครงสร้างที่แสดงรายละเอียดของการเสริมเหล็กของหน้าตัดคาน เสาและพื้น แบบโครงสร้างของหลังคาที่ต้องแสดงรายละเอียดของชิ้นส่วนต่างๆ ว่ามีขนาดเท่าใดและประกอบกันด้วยลักษณะแบบไหน มีมุมเอียงอย่างไร แบบงานระบบประปาและสุขาภิบาล แสดงการเดินระบบท่อน้ำดีน้ำทิ้งและการระบายน้ำฝน แบบของระบบไฟฟ้าและแสงสว่างที่แสดงวงจรของงานไฟฟ้า งานระบบสื่อสาร โทรศัพท์ จุดรับสัญญานโทรทัศน์ และที่เป็นส่วนสำคัญที่ต้องใช้สำหรับการยื่นขออนุญาตก่อสร้าง คือรายการคำนวณโครงสร้างของวิศวกรโครงสร้าง จากนั้นไปขอเอกสารการยื่นขออนุญาติจากทางเทศบาล แล้วนำมากรอกให้ครบถ้วน รับออกแบบบ้าน

Copyright ข่าวกีฬาทั่วไป 2021
Tech Nerd theme designed by Siteturner